ภายใต้คำหวานของโจวหวายจือ หวังจืออวิ้นก็ถูกเขากล่อมจนเบิกบานใจอีกครั้ง เธอยกมือขึ้นอย่างเขินอาย เก็บปอยผมข้างหูทัดไว้ด้านหลัง ก่อนตอบรับเสียงหวาน
“ได้ค่ะ ฉันฟังพี่หวายจือทุกอย่าง พี่รีบไปรีบกลับนะ ฉันกับเสี่ยวเป่าจะรอพี่อยู่ตรงปากตรอก”
เห็นเธออ่อนหวานว่าง่ายเช่นนี้ โจวหวายจือก็พยักหน้าอย่างพอใจ ยกมือขยี้กระหม่อมเธอเบา ๆ ก่อนหันหลังเดินออกจากตรอกอย่างรวดเร็ว
ทันทีที่เขาเดินห่างออกไป เสิ่นซวงหนิงก็เดินออกมาจากหลังมุมกำแพงที่อยู่ไม่ไกลนัก ในมือหิ้วตาข่ายใส่ของอยู่
ฉากชวนคลื่นไส้ที่ทั้งสองแสดงกันในตรอกเมื่อครู่ เธอเห็นเต็มตา
เรื่องที่จดหมายของหวังจืออวิ้นซ่อนอยู่ในโพรงต้นไม้ต้นที่สามตรงปากทางเข้าบ้านพักรวม ได้ข้อมูลออกมาแล้ว
ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือสืบให้รู้ว่าโจวหวายจือซ่อนจดหมายฉบับนั้นไว้ที่ไหน
เสิ่นซวงหนิงมองตามทิศทางที่โจวหวายจือรีบร้อนมุ่งหน้าไป แล้วตามเขาไปห่าง ๆ
ในหัวของโจวหวายจือมีแต่เรื่องไปตรวจดูว่าจดหมายยังปลอดภัยดีหรือไม่ เขาเดินเร็วจี๋โดยไม่หันกลับมามองเลยสักครั้ง จึงไม่รู้ตัวว่ามีคนตามหลังมาในระยะห่างหลายสิบเมตร
โจวหวายจือเร่งฝีเท้าตลอดทาง ไม่นานก็มาถึงหน้าประตูสถาบันวิจัยเกษตร
เมื่อนึกได้ว่าเขายังอยู่ในช่วงถูกพักงานเพื่อทบทวนความผิด ทหารหนุ่มที่ยืนเฝ้าประตูจึงยื่นมือขวางไว้โดยไม่ลังเล
“รองหัวหน้าสำนักโจว ตอนนี้คุณถูกพักงานอยู่ ถ้าไม่มีใบอนุญาตจากผู้บังคับบัญชาก็เข้าไปไม่ได้ครับ”
โจวหวายจือข่มความกระวนกระวายในใจไว้ ฝืนดันกรอบแว่นที่ร้าวตรงสันจมูก แล้ววางท่าราวกับเป็นผู้บังคับบัญชา
“เมื่อวานผมรีบกลับ เลยลืมรายงานข้อมูลการเกษตรที่ต้องส่งด่วนไว้ในลิ้นชักห้องทำงาน วันจันทร์ผู้อำนวยการก็ต้องใช้แล้ว ผมเข้าไปเอาเดี๋ยวเดียว ถ้าทำให้งานของสถาบันล่าช้า คุณรับผิดชอบไหวหรือไง?”