ถ้าฉันบอกเผยเหิง เขาก็คงยังทำตามใจตัวเองเหมือนเดิม ด้วยนิสัยเอาแต่ใจและเผด็จการของเขา ถ้าไม่ได้เว่ยหลันมาครอบครอง เขาคงไม่ยอมเลิกราง่าย ๆ
ถ้าฉันบอกเว่ยหลันไป ก็คงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง บางทีเธออาจรู้สึกผิดมากจนไม่กล้าเผชิญหน้าฉัน แล้วก็ยิ่งหลบหน้าและปฏิเสธเผยเหิงหนักขึ้น สุดท้ายสิ่งที่ได้กลับมาคือวิธีการที่รุนแรงกว่าเดิมจากเผยเหิง
ส่วนฉีโยวหยางน่ะหรือ เขาสู้เผยเหิงไม่ได้อยู่แล้ว ฉันบอกเขาไปแล้วเขาจะทำอะไรได้? หรือจะให้เขามานอนกับฉันสักคืน สวมเขาให้เผยเหิง แล้วแสวงหาความสมดุลทางใจเหมือนฉันหรือไง?
ฉันลองคิดถึงความเป็นไปได้ทุกอย่างแล้ว แต่ผลลัพธ์ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร
“แล้วคุณบอกผมทำไม?” เสียงของอวี๋อี้ฟานดังขึ้นอีกครั้ง
“ตอนนี้คุณรู้แล้วใช่ไหมว่าฉันไม่ได้ถูกปิดหูปิดตา ฉันยินดีหย่า แต่เผยเหิงไม่ยอมหย่า” ในใจฉันขมขื่นอยู่เล็กน้อย “ฉันหวังว่าคุณจะไม่ไปเกลี้ยกล่อมให้เขาเปลี่ยนใจอีก”
อวี๋อี้ฟานเป็นคนที่รู้ดีที่สุดว่าฉันชอบเผยเหิงมากแค่ไหน เขาเติบโตมาพร้อมกับเผยเหิง ย่อมเป็นประจักษ์พยานให้กับช่วงเวลาสิบปีของฉันด้วย
จู่ ๆ พอได้ยินฉันพูดแบบนี้ เขาดูเหมือนจะรับไม่ไหว สีหน้าแปลกไป “คุณแน่ใจเหรอ?”
ฉันพยักหน้าแรง ๆ “แน่ใจ!”
อวี๋อี้ฟานเงียบไปนาน ฉันไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ จนกระทั่งตอนแยกกัน เขาถึงพูดขึ้นมาประโยคหนึ่งว่า “ถ้าคุณคิดได้แล้วก็ดี”
เมื่อก่อนฉันยึดติดเกินไป คิดว่าเฝ้าคะนึงไม่ลืมเลือน สักวันย่อมได้รับเสียงตอบกลับ
