บทที่ 1 กลับประเทศ
อากาศของเมือง A นั้นสดใสเสมอมา ท้องฟ้าสีครามประดับด้วยเมฆปุยเหมือนขนมสายไหม แต่วันนี้ฟ้ากลับไม่เป็นใจ ต้นเดือนพฤษภา อากาศร้อนอบอ้าว
ขณะนั้น ภายในห้องทำงานประธานใหญ่ชั้นบนสุดของตึกกู้ซื่อกรุ๊ป กู้หานเซินยืนอยู่หน้า หน้าต่างกระจก ดวงตาคมกริบบัดนี้กลับฉายแววอ่อนโยนที่ไม่อาจละลายหายไปได้
เขาเปิดมือถือ กดค้นหารายชื่ออย่างรวดเร็ว มองเบอร์ที่ปักหมุดไว้ ปลายนิ้วชะงักเล็กน้อย กดโทรออก เสียงรอสายดังตื๊ด ๆ ดังมาจากโทรศัพท์
ประกายแสงในดวงตาของเขาค่อย ๆ มืดดับลง กระทั่งมีเสียงผู้หญิงอัตโนมัติแจ้งว่าไม่มีผู้รับสาย จึงโทรออกอีกครั้ง
เวลานั้น อีกฟากหนึ่ง ปารีส หลิวเถียนเถียนมองดูมือถือของเทพธิดาแห่งตนสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง แม้จะเป็นเพียงเบอร์ที่ไม่มีชื่อบันทึกไว้ แต่เบอร์นี้กลับทำให้รู้สึกเกรงขาม
เธอกดรับสายโดยไม่ลังเล เสียงทุ้มต่ำอบอุ่นดังลอดเข้ามาในหู แฝงด้วยความอ่อนโยนและความระแวดระวังจนแทบจับไม่ได้ “ชีชี ยุ่งอยู่เหรอ?”
หลิวเถียนเถียนรู้สึกเพียงว่าหูของตนจะตั้งท้องได้ เสียงของประธานกู้ช่างน่าฟังอะไรเช่นนี้ เธอรีบตอบกลับ “ประธานกู้คะ ตอนนี้คุณครูสือกำลังแต่งหน้าอยู่ในห้องพัก ให้เถียนเอาส์ถือโทรศัพท์ไปให้ไหมคะ?”
การรอคอยนั้นแสนทรมานเกินไปสำหรับหลิวเถียนเถียน ขณะที่เธอคิดว่าประธานกู้คงไม่ตอบแล้ว ก็ได้ยินเสียงผิดหวัง “ไม่ต้องแล้ว”
แล้วก็วางสายไป
ทว่าหลิวเถียนเถียนไม่กล้าชักช้า รีบเดินเข้าไปในห้องพัก มองดูสตรีที่กำลังถูกรายล้อมด้วยทีมแต่งหน้าระดับแนวหน้าของประเทศผ่านกระจก ต่อให้เป็นผู้ช่วยของสือชีมาสี่ปีแล้ว แต่พอเห็นสือชีก็ยังรู้สึกตะลึงงัน
หลิวเถียนเถียนรู้สึกเพียงว่าคุณครูสือคือคนโปรดที่พระเจ้าทรงโปรดปรานจริง ๆ
สตรีในกระจกมีใบหน้างามประณีตแฝงความสง่างาม ผิวพรรณขาวดุจหิมะในฤดูหนาว เส้นผมสีน้ำตาลทองถูกช่างทำผมม้วนเป็นลอนโค้งสวย หากเพียงแค่รูปโฉมงามเกินไปก็คงจะพอทำเนา แต่นี่เป็นสตรีที่รวบรวมความงามและพรสวรรค์ไว้ในคน ๆ เดียว แถมยังมีชาติตระกูลอีก
อายุ 25 ปี ยังเยาว์วัยก็เป็นราชินีไวโอลินที่โด่งดังระดับโลกแล้ว ตั้งแต่เด็กเรียนเครื่องดนตรีและศาสตร์ศิลป์ต่าง ๆ นับไม่ถ้วน แต่กลับหลงใหลไวโอลินเป็นพิเศษ
นับตั้งแต่งานเลี้ยงวันเกิดอายุ 18 ปีที่ดังเป็นพลุแตกด้วยบทเพลงเดียว เหล่าปรมาจารย์ในวงการไวโอลินก็เอ่ยชื่นชมว่าเธอจะเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงในแวดวงไวโอลิน
ทว่างานเลี้ยงวันเกิดจบลง เทพธิดากลับหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่ปรากฏตัวในคอนเสิร์ตใด ๆ เสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมาย ขณะที่ทุกคนกำลังเสียดาย ผ่านไปสี่ปี สือชีกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ในคอนเสิร์ตไวโอลินที่ปารีส บทเพลงเดียวโด่งดังไปทั่วหล้า ได้รับรางวัลเหรียญทอง
หลังจากนั้นก็ร่วมงานไวโอลินและคอนเสิร์ตเดี่ยวทั้งเล็กใหญ่ และสร้างสรรค์บทเพลงคลาสสิกมากมาย ได้รับการขนานนามว่าเป็นราชินีแห่งวงการไวโอลิน
สือชีมองหลิวเถียนเถียนที่กำลังเหม่อลอยด้วยความตะลึงและหลงใหลอย่างไม่ปิดบังในแววตา รู้สึกเพียงว่าเมื่อสี่ปีก่อนตนเองคงสมองหลุดไปแล้วที่เลือกหลิวเถียนเถียนจากกลุ่มผู้ช่วยหัวกะทิ เด้กคนนี้ดีทุกอย่างยกเว้นก็แต่คลั่งไคล้ตนเกินไป
เธอเหลือบมองหลิวเถียนเถียน ก่อนจะดีดหน้าผากลงบนศีรษะน้อย ๆ ของเธออย่างไม่เกรงใจ
“เถียนจอมซื่อ เช็ดน้ำลายแกซะ”
ได้ยินดังนั้น หลิวเถียนเถียนจึงใช้แขนเช็ดปากด้วยท่าทางกลไก ไม่มีอะไรเลย แต่หลิวเถียนเถียนโกรธไม่ลง ทว่าจู่ ๆ ก็นึกถึงเรื่องใหญ่ที่ต้องรายงาน จึงรีบก้มมองปลายรองเท้า
“คุณครูสือ เมื่อกี้ประธานกู้โทรมาแล้วค่ะ” เธอเล่าบทสนทนาเมื่อครู่ให้ฟัง แล้วรีบแอบเงยหน้ามองสีหน้าสือชี สมดังคาด แววตาหยอกเย้าและอ่อนโยนพลันหายวับไป ถูกแทนที่ด้วยสีหน้าเรียบเฉย
สือชีตอบอย่างเรียบเฉย “รู้แล้ว”
หลิวเถียนเถียนอดถอนใจไม่ได้ในใจ คุณครูสือยังคงเย็นชากับประธานกู้ไม่เปลี่ยน ตัวเธอเองก็คิดไม่ตกจริง ๆ ประธานกู้คือผู้กุมอำนาจของกู้ซื่อกรุ๊ป คู่ควรกับตระกูลสือ ครั้งนั้นตระกูลสือประสบปัญหาด้านการเงิน ก็ยังเป็นประธานกู้ที่ออกทุนให้ ตระกูลสือถึงฟันฝ่ามาได้
แม้ทุกคนจะยอมรับว่าประธานกู้เป็นคนใจดำอำมหิต ประธานจอมเย็นชา แต่ตัวเธอเองอยู่เคียงข้างสือชีมาสี่ปี ก็รู้ดีแก่ใจว่าประธานกู้มักอ่อนโยนแต่ก็ระแวดระวัง หวาดหวั่นกลัวสูญเสีย รักอย่างต้อยต่ำมาตลอด
ทว่าคุณครูสือกลับเย็นชากับประธานกู้มาตลอด เฮ้อ ราชสำนักชำระสะสางเรื่องครอบครัวยากนัก เรื่องของสามีภรรยาคงมีแต่พวกเขาสองคนที่รู้กันดีหนา สงสารคุณชายน้อยจัง
หลิวเถียนเถียนรีบมองสือชีพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย “คุณครูสือคะ วันนี้ดูเหมือนจะเป็นวันเกิดคุณชายน้อยนะคะ ต้องเตรียมของขวัญส่งกลับประเทศไหมคะ”
คุณชายน้อยก็น่าสงสารเกินไปแล้ว คุณครูสือเย็นชากับประธานกู้ก็พอทน แต่คุณชายน้อยเป็นลูกชายแท้ ๆ ของคุณครูสือเอง คุณครูสือกลับโผบินอยู่แต่ข้างนอก ไม่เคยสนิทสนมกับคุณชายน้อยเลย
สือชียังคงตอบอย่างเรียบเฉยเช่นเดิม “ไม่ต้อง”
แม้จะเดาผลลัพธ์ได้แล้วแต่ก็ยังรู้สึกผิดหวัง ตัวเธอเองยังเป็นเช่นนี้ คุณชายน้อยเพิ่งสี่ขวบ คงต้องคิดถึงแม่อยากให้แม่อยู่ด้วย คงจะเสียใจกว่าใช่ไหมนะ
เวลาสองทุ่ม สือชีจะเริ่มการแสดงไวโอลินของเธอ เธอก้าวสู่กลางเวทีอย่างสง่างามและเป็นธรรมชาติ เสียงไวโอลินไพเราะกังวาน พาผู้คนราวกับล่องลอยอยู่บนหมู่เมฆ หลุดพ้นจากโลกีย์สามัญ
บทเพลงจบลง เสียงปรบมือดังต่อเนื่องใต้เวที ผู้เชี่ยวชาญดนตรีจากทุกวงการมาชุมนุมกัน บ้างก็กล่าวชื่นชมเป็นระยะ ๆ
“คุณครูสือสมกับเป็นราชินีไวโอลินจริง ๆ ฝีมือไวโอลินที่คล่องแคล่วและบทประพันธ์ที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ช่างเปิดหูเปิดตาจริง”
“อายุยังน้อยกลับประสบความสำเร็จถึงเพียงนี้ อนาคตย่อมประเมินค่าไม่ได้”
เมื่อสือชีออกจากเวที ในห้องพักเธอเปลี่ยนชุดราตรีออก แล้วสวมเพียงเดรสเกาะอกผ่าคอหนึ่งข้างสีดำเข้ารูป เรียบง่ายแต่สง่างาม ทว่ากลับลึกลับและเย้ายวน
แต่หลังจากล้างเครื่องสำอาง ใบหน้าน้อย ๆ ที่ปกติขาวเนียนมีสีเลือดฝาดกลับดูซีดเซียวเล็กน้อย ในห้องแอร์หวีผมกลับมีเหงื่อซึมบาง ๆ บนหน้าผาก มือกุมท้องไว้ ผู้จัดการฉินรั่วมองก็รู้ได้ทันทีว่าโรคกระเพาะของสือชีกำเริบอีกแล้ว จึงรีบหยิบยาและยื่นน้ำให้
แล้วพูดกับหลิวเถียนเถียนว่า “เธอพาชีชีไปโรงพยาบาลก่อนเถอะ เดี๋ยวทางนี้ฉันเก็บกวาดเอง”
หลังให้น้ำเกลือที่โรงพยาบาล สือชีไปห้องน้ำระหว่างทางกลับห้องพักผู้ป่วย เห็นหญิงสาวชาวจีนอายุราวสามสิบกำลังก้มปลอบเด็กน้อยอายุประมาณสี่ห้าขวบ “เสี่ยวเป่ากับบ้านนะ พรุ่งนี้ผ่าตัดเสร็จเราก็กลับบ้านได้แล้วนะ ตอนนั้นแม่จะพาหนูไปสวนสนุกรับขวัญวันเกิดดีไหม?”
ในดวงตาของหญิงคนนั้นวาววับด้วยน้ำตา หางตาแดงก่ำ
เด็กน้อยสวมกอดแม่แล้วตอบด้วยเสียงเล็ก ๆ “แม่ครับ เราสัญญากันแล้วนะ พรุ่งนี้ผ่าตัดเสร็จแล้วพาผมไปรับขวัญวันเกิดนะครับ”
ผู้หญิงโอบกอดเด็กน้อยไว้แน่น สือชีได้ยินเสียงพยาบาลคุยกันตรงระเบียงทางเดิน “เฮ้อ น่าสงสารจัง ค่าผ่าตัดยังขาดอีกตั้งหนึ่งแสนบาทเลย พรุ่งนี้ถึงจะรวบรวมเงินบริจาคมารับการผ่าตัดได้ โอกาสผ่าตัดสำเร็จก็ยังน้อยมาก”
“เพิ่งสี่ขวบก็เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวแล้ว น่าสงสารจริง แม่เขาช่างรักลูกชายนัก มาอยู่เฝ้าและทำกับข้าวให้ทุกวัน”
......
“คุณผู้หญิง คุณแน่ใจนะคะว่าจะจ่ายค่าใช้จ่ายเพิ่มให้?” คุณพยาบาลมองหญิงงามชาวตะวันออกที่ดูบอบบางตรงหน้า
“คะ ไม่ต้องบอกพวกเขาแล้วกันว่าใครจ่ายให้ บอกว่าเป็นของขวัญวันเกิดของเสี่ยวเป่าก็แล้วกัน”
มองดูหญิงคนนั้นค่อย ๆ เดินจากไปไกล คุณพยาบาลยังอดชมไม่ได้ “ทั้งรวยทั้งสวยแล้วยังใจดีอีก”
“เถียนจอมซื่อ จองตั๋วเครื่องบินเที่ยวเร็วที่สุด กลับประเทศ”
สือชีสวมเสื้อโค้ทกันลมทับแล้วสวมแว่นกันแดด
นัยน์ตาหลิวเถียนเถียนเป็นประกายขึ้นมาชั่วขณะ แต่ก็หมองลงไปอีกครั้ง เธอไม่รู้ว่าที่คุณครูสือร้อนรนอยากกลับประเทศตอนนี้ คืออยากกลับไปฉลองวันเกิดกับคุณชายน้อย แต่สภาพร่างกายของสือชีไม่เอื้ออำนวยเลย เพิ่งจบคอนเสิร์ต เธอก็เพิ่งให้น้ำเกลือเสร็จ เหนื่อยล้าเกินไป
“คุณครูสือคะ อย่างนั้น...คุณพักที่โรงพยาบาลอีกสักสองสามวันเถอะนะคะ”
“ไม่ต้อง จองตั๋ว”
หลิวเถียนเถียนจำต้องจองตั๋วเครื่องบินกลับประเทศในอีกหนึ่งชั่วโมงให้ ทีนี้จึงรีบเก็บข้าวของแล้วมุ่งหน้าไปสนามบิน
ถึงตอนนี้เพิ่งนึกขึ้นได้ว่า ดูเหมือน...ไม่ได้บอกประธานกู้เลยนะเนี่ย?