บทที่ 4 อยู่ร่วมกันอย่างสันติ? ฝันไปเถอะ
ซ่งหมิงเสวี่ยไม่มีเวลาสนใจข้อความในหน้าจอเรื่องคู่รักอะไรนั่น เขารู้แค่ว่า ถ้าตอนนี้ยังไม่รีบหน่อย เซี่ยฉีก็จะหนีหายไปแล้ว
เซี่ยฉีรู้ตัวว่าช่วงนี้ทำเกินไป แกล้งซ่งหมิงเสวี่ยจนหน้าหงิก ตนจึงเตรียมตัวกลับบ้านเกิดที่เผ่ามังกรเพื่อหลบพักสักหน่อย
ใครจะรู้ว่า พอเปิดประตูก็ประสานสายตากับซ่งหมิงเสวี่ยเข้าอย่างจัง ซ่งหมิงเสวี่ยมีดวงตากระจ่างใส เซี่ยฉีที่มองเห็นจนตะลึงก็ยิ้มแหย่งใส่ซ่งหมิงเสวี่ยโดยอัตโนมัติ ซึ่งน่าชกมาก
ซ่งหมิงเสวี่ยกำหมัดแน่น เขาระงับความอยากจัดการเซี่ยฉีไว้ เขามาคุยกับเซี่ยฉี ไม่ได้มาเอาคืนเขา จะใช้อารมณ์ไม่ได้เด็ดขาด
หลังฉากในที่พักของเซี่ยฉี แมวสีขาวล้วนตัวหนึ่งเห็นซ่งหมิงเสวี่ยก็อดไม่ได้ที่จะเข้ามาคลอเคลีย ใช้หัวดันขาซ่งหมิงเสวี่ยอย่างเอาแต่ใจ
เซี่ยฉีคลิกปากเบา ๆ “เสี่ยวเสวี่ย อย่าซน”
ได้ยินคำห้ามของเจ้านาย แมวขาวที่ชื่อ “เสี่ยวเสวี่ย” ก็ชำเลืองมองเซี่ยฉีด้วยความน้อยใจ แล้วหมุนตัว หลบหายไปในพริบตา ไม่รู้ไปหลบตรงไหนแล้ว
เสี่ยวเสวี่ย…
ซ่งหมิงเสวี่ยกำหมัดแน่นอีกครั้ง
ก่อนที่ซ่งหมิงเสวี่ยจะเคยพบเซี่ยฉี เขาไม่เคยคิดเลยว่าตอนนี้จะมีคน ๆ หนึ่ง ที่แค่เห็นหน้าก็อยากจะลงมือแล้ว
เซี่ยฉียืนขวางอยู่หน้าประตู เห็นชัดว่าไม่ต้อนรับซ่งหมิงเสวี่ย “ศิษย์พี่เป็นแขกหายากนะ วันนี้มาหาผมที่ห้องมีอะไรหรือครับ? ไม่ใช่ว่าอยากจะซ้อมผมสักตั้งจริง ๆ หรอกนะ? ฟ้าใสกระจ่างแจ้ง โลกกว้างสว่างไสว ถ้าตีผมละก็ ผมจะไปฟ้องนะ”
ซ่งหมิงเสวี่ยไม่มีเวลาเล่นลิ้นกับเขา พูดตรงประเด็นเลยว่า “เรื่องวันนี้ คุณคิดยังไง”
เซี่ยฉีเห็นว่าหนีไม่พ้น ก็โยนถุงเก็บสมบัติทิ้งไปอย่างไม่ใส่ใจนัก “ศิษย์พี่คงไม่เอาคำพูดของพวกก๊กโจรที่มาจากไหนไม่รู้พวกนั้นมาจริงจังหรอกนะ?”
“ไม่ต้องพูดถึงว่าสำนักชางอวิ๋นที่ตกอับจะมาแทนที่สำนักหมิงเต้าที่รุ่งเรืองมานับพันปีได้จริงหรือเปล่า ก็แค่พวกกระจอกที่มาจากสำนักตกอับรวมตัวกันเป็นกลุ่มตัวเอกนั่น คิดว่ามีความสามารถพอจะฆ่าผมได้จริงหรือ?”
เซี่ยฉีมีดั้งจมูกสูง ริมฝีปากบาง ตาสีแดง รูปหน้าและคิ้วตาโดดเด่นมาก เขายกคางขึ้นอย่างหยิ่งยโส ขาข้างหนึ่งงอ พิงประตูอยู่
ท่ายืนตามสบายก็ยังเห็นถึงรูปร่างที่สูงโปร่ง ดูสง่างามแบบชายหนุ่ม ไหล่กว้างเอวสอบ ดูสะดุดตาอย่างยิ่ง
เซี่ยฉีไม่ได้ใส่ใจคำพูดในหน้าจอเลย เขาไม่เชื่อเลยแม้แต่น้อย เมื่อเขาถือกำเนิดก็เกิดปรากฏการณ์ประหลาดบนฟ้า ตั้งแต่นั้นมาก็ถูกเผ่ามังกรกำหนดให้เป็นเจ้าผู้ครองเผ่าคนต่อไป กระดูกพรสวรรค์ดีเยี่ยม อายุสามขวบบรรลุขั้นปราณ, เจ็ดขวบสร้างฐาน, สิบขวบควบแน่นแก่นทอง, นับพันปีมาไม่มีใครเหนือกว่า มีกระดูกเทพคอยเกื้อหนุน ในโลกฝึกเซียนใคร ๆ ก็รู้ว่าเขามีคุณสมบัติการฝึกฝนชั้นยอดสุด ไม่มีใครเทียบเขาได้ เอาจริง ๆ แล้ว ซ่งหมิงเสวี่ยก็ยังไม่ได้
เกิดในเผ่าเทพ อายุยังน้อยก็ประสบความสำเร็จ เซี่ยฉีไม่ได้ถือว่าคำพูดไร้สาระพวกนั้นเป็นความจริงเลย
ในโลกฝึกเซียน บนแผ่นดินนี้ พรสวรรค์ มันบดขยี้คนได้จริง ๆ
พวกกระจอกพลิกชะตากำราบอัจฉริยะ มันก็แค่การปลอบใจพวกที่ไร้รากฐานเท่านั้น
“ศิษย์พี่ไม่ได้ถูกคำพูดไร้สาระพวกนั้นทำให้กลัวหรอกนะ? ปกติความกล้าที่คอยขัดแย้งกับผมหายไปไหนซะล่ะ?” เซี่ยฉีเลิกคิ้ว “ไม่กล้าทำ ไม่กล้าเอา ลังเลไปมา นี่ไม่เหมือนศิษย์พี่เลยนะครับ”
【……】
【พวกเขาทะเลาะกันไม่ทันกะพริบ? แอบดู.jpg】
【พูดงึมงำอะไรกันน่ะ! มาจุ๊บสักที!】
【ว่าแต่เมื่อกี๊หลี่เฟิงเจินบอกว่าอาจารย์อาของกลุ่มผู้ร้ายคู่นี้กลับมาแล้ว ไม่ใช่เจียงโจวนะ?】
【เจียงโจวคนนี้นี่มันเป็นตัวละคร! ยกนิ้วโป้ง.jpg】
【ต้องเป็นเขาแน่ ผู้คุมกฎหลี่เฟิงเจินจะไปมีศิษย์พี่ชายคนอื่นอีกได้ยังไง】
เมื่อเห็นหน้าจอเด้งขึ้นมาอีก สองคนที่ต่อปากต่อคำกันก็เงียบลงทันที เซี่ยฉีที่เมื่อครู่ยังสงสัยหน้าจออยู่ ตอนนี้ก็ยอมกลับนิสัยราบเรียบแต่โดยดี ยืนอยู่ข้างซ่งหมิงเสวี่ย ทั้งคู่เหมือนแมวสองขาหนีบหาง
เจียงโจวคนนี้ ซ่งหมิงเสวี่ยกับเซี่ยฉีย่อมรู้จัก คือศิษย์พี่ชายคนที่สองของอาจารย์หลี่เฟิงเจินของพวกเขา
อาจารย์ปู่ของพวกเขาก็แค่รับเจียงโจวกับหลี่เฟิงเจิน และศิษย์พี่ใหญ่ของพวกเขาไว้เพียงสามศิษย์ อาจารย์ปู่ในตำนานผู้นั้นมีพรสวรรค์ไม่แพ้หลี่เฟิงเจิน แต่กลับหายสาบสูญไปตั้งแต่เนิ่น ๆ ไม่รู้เป็นตายร้ายดี
ในสามศิษย์ มีเพียงเจียงโจวที่พรสวรรค์ด้อยกว่า ดังนั้นตำแหน่งผู้คุมกฎของสำนักหมิงเต้านี้ อาจารย์ปู่จึงมอบให้อาจารย์หลี่เฟิงเจิน
เจียงโจวจึงอยู่ที่สำนักเป็นเทพเซียนขี้เกียจ ปกติแล้วนิสัยอบอุ่นดุจต้นไผ่ หน้าตาหล่อเหลา ไม่แย่งไม่ชิงอะไร ใจดีมีเมตตา ซ่งหมิงเสวี่ยกับเซี่ยฉีต่างประทับใจอาจารย์อาผู้นี้ดีนัก
【ช่วงเวลาตอนนี้เจียงโจวเร่ร่อนกลับมาที่สำนักหมิงเต้า? แสดงว่าเจียงโจวใกล้จะได้ “คัมภีร์กลียุค” แล้วใช่ไหม?】
【เวลาก็ใกล้เคียงนะ “คัมภีร์กลียุค” เล่มนี้เป็นศัตรูโดยตรงกับวิชาหัวใจของหลี่เฟิงเจิน ต่อไปหลี่เฟิงเจินเดินทางผิดกลายเป็นมารแล้วระเบิดร่างตาย เขาเองก็มีส่วนพัวพันไม่น้อย】
【แค่พัวพันอะไรกันล่ะ ก็เจียงโจววางแผนคนเดียวเลยไม่ใช่หรือ! แต่ว่าถ้าไม่มีเขา สำนักหมิงเต้าก็จะไม่เสื่อมเร็วขนาดนี้ ก็ถือว่าช่วยกลุ่มตัวเอกทางอ้อม】
【……】
หน้าจอยังคงข้อความเลื่อนไหลต่อไป ซ่งหมิงเสวี่ยมองดูแล้วใจเย็นเยียบและชา เขาทำได้แค่บังคับให้ตัวเองมุ่งสมาธิ กลัวว่าจะพลาดอะไรไป จนกระทั่งข้อความในหน้าจอเทหมดหน้าตักเพื่อปลดปล่อยแล้ว ก็หายไปต่อหน้าพวกเขาอีกครั้ง
เซี่ยฉีไม่มีท่าทีโอหังเหมือนเมื่อครู่แล้ว มองไปทางซ่งหมิงเสวี่ยเล็กน้อย เขามีคิ้วต่ำทับดวงตาโดยกำเนิด ในตอนนี้เต็มไปด้วยความอาฆาตที่เกิดขึ้นมาโดยไม่รู้สาเหตุ กดดันอย่างยิ่ง
“คุณเชื่อไหม?” เซี่ยฉีถาม
อาจารย์อาเจียงโจวนั้น แม้จะไม่มีความสามารถสูงส่ง แต่ก็ไม่ใช่คนที่จะได้ถึงกับวางแผนทำร้ายอาจารย์ร่วมสำนักเดียวกัน ไม่สนใจอนาคตของสำนักหมิงเต้าเพียงเพื่อตำแหน่งผู้คุมกฎ
แต่ว่าข้อความในหน้าจอเมื่อครู่ก็พูดได้ละเอียดลออ และสภาพสุดท้ายของการตายของหลี่เฟิงเจินที่หน้าจอบรรยายไว้ก็ช่างน่ากลัวเกินไป
อาจารย์หลี่เฟิงเจินของพวกเขา ตั้งแต่วัยสาวก็ถือกระบี่ยืนเด่นท่ามกลางฟ้า มีจิตเมตตาซ่อนคม ใช้คุณธรรมวัดค่าโลกมนุษย์สีแดง ปกป้องราษฎรใต้หล้า เป็นประมุขของ “หกจุน” ในยุคนี้
ได้รับการไล่ตามจากผู้ฝึกเซียนอิสระทั่วหล้า เป็นยอดเขาที่ผู้แสวงหาสัจจะหมายมั่นตลอดชีวิต
แต่ตามที่หน้าจอบอก หลี่เฟิงเจินสุดท้ายเดินทางผิดกลายเป็นมาร ล้วงไททั้งเจ็ดมีเลือดไหล ระเบิดร่างตาย เลือดเนื้อกระเด็นเปรอะป้ายเหนือประตูสำนักหมิงเต้า
รวมทั้งเกียรติศักดิ์นับพันหมื่นปีของสำนักหมิงเต้าด้วย—
กลายเป็นอดีตไปแล้ว
ซ่งหมิงเสวี่ยเดินออกไปทางนอก ไม่ได้ส่งสายตาให้เซี่ยฉีอีก เขามาถึงอย่างรีบร้อน ไม่ได้รวบผมยาว นัยน์ตาคู่หนึ่งบรรจุด้วยหิมะยามเย็นบนพันผา
ซ่งหมิงเสวี่ยเอ่ยปากว่า “แทนที่จะมามัวลังเลว่านี่จริงหรือหลอก ไปตรวจสอบเองดีกว่า”
เซี่ยฉีถูกท่าทางที่เห็นชัดว่าไม่อยากยืดเยื้อกับเขาของซ่งหมิงเสวี่ยสะกิดสะเกา ยืนอยู่นอกประตู มองแผ่นหลังโดดเดี่ยวที่เดินจากไปจนลับสายตาของซ่งหมิงเสวี่ย
เขาสะบัดหัวอย่างหงุดหงิด สุดท้ายก็ถูกทำให้หัวเราะทั้งขำทั้งโมโห
เป็นแบบนี้อีกแล้ว เป็นอย่างนี้ประจำ
กับคนนอกพวกนั้น ซ่งหมิงเสวี่ยดูเหมือนจะมีอารมณ์ดีใช้ไม่หมด มาถึงเขาผู้เป็นศิษย์น้องร่วมอาจารย์ ไม่ทันพูดกี่คำก็จะแยกจากกันอย่างไม่มีความสุข ดูเหมือนพวกเขาสองคนจะถูกสร้างมาให้เข้ากันไม่ได้
เขาดูถูกนิสัยแบบนี้ของซ่งหมิงเสวี่ย ซ่งหมิงเสวี่ยยิ่งแค่เห็นหน้าเขากำปั้นก็ยกขึ้น
เซี่ยฉีส่ายหัว คาดว่าสิ่งที่อาจารย์ของเขาอยากเห็นคือ เขากับซ่งหมิงเสวี่ยรักใคร่กันฉันพี่น้อง เหมือนมือและเท้า…
ชาตินี้คงยากแล้ว