บทที่ 2 พลิกโชค
หลี่ซิวหย่วนกลับถึงบ้าน นั่งลงที่โต๊ะหนังสือ ครุ่นคิดถึงอนาคต
เมื่อกี้ที่บอกแม่ว่าการสอบข้าราชการปีนี้ยังไม่จบ ไม่ใช่แค่ปลอบใจ แต่เป็นความจริง และในนั้นยังมีโอกาสอันมีค่าซ่อนอยู่
ปกติแล้ว ตามระเบียบการสอบข้าราชการ โดยทั่วไปจะใช้คะแนนสอบข้อเขียนตามสัดส่วน 3:1 เพื่อเข้าสอบสัมภาษณ์
ตำแหน่งที่เขาสมัครคือสำนักงานรัฐบาลอำเภอ ซึ่งรับเพียงคนเดียว ตามระเบียบให้ 3 อันดับแรกของผลสอบข้อเขียนเข้าสอบสัมภาษณ์ คะแนนข้อเขียนของหลี่ซิวหย่วนอยู่อันดับ 5 จึงไม่มีสิทธิ์สัมภาษณ์
แต่ก่อนการสัมภาษณ์ยังมีขั้นตอนหนึ่ง นั่นคือการตรวจสอบคุณสมบัติผู้เข้าสัมภาษณ์
สามอันดับแรกของผลสอบข้อเขียนต้องผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติก่อนจึงจะมีสิทธิ์เข้าสัมภาษณ์ การตรวจสอบนี้รวมถึงการตรวจสอบประวัติ ตรวจเอกสารหลักฐานต่าง ๆ
หากตรวจแล้วไม่ผ่าน หรือมีคนสละสิทธิ์ ไม่ไปเข้ารับการตรวจสอบคุณสมบัติ ก็จะให้ลำดับถัดไปขึ้นมาแทน
ในชาติก่อน หลังจากหลิวซิวหย่วนถูกหลินจิ้งหย่าบอกเลิก ก็ได้รับผลกระทบ เก็บตัวอยู่แต่บ้าน ไม่ยอมเปิดมือถือ จึงไม่รู้เลยว่าตำแหน่งที่ตนสมัครกลายเป็นตำแหน่งที่พลิกโชคครั้งใหญ่ที่สุดในการสอบข้าราชการปีนั้น
ตอนสัมภาษณ์ ตำแหน่งของหลี่ซิวหย่วนเกิดปัญหา เริ่มจากอันดับ 1 ตรวจสอบคุณสมบัติไม่ผ่าน
พอมาอันดับ 2 คนนั้นเดิมทีก็แค่มาลองสนามสอบ ตาหวังอยู่ที่การสอบระดับประเทศในไตรมาสสาม ทะเยอทะยานสูงมาก บวกกับคะแนนข้อเขียนห่างจากอันดับ 1 พอสมควร ก็เลยไม่เข้ารับการตรวจสอบ สละสิทธิ์ไปเลย
ปกติก็ต้องเลื่อนไปอีกสองลำดับ
แต่ชาติก่อน หลี่ซิวหย่วนปิดมือถือติดต่อไม่ได้ ก็ถือว่าสละสิทธิ์เช่นกัน
สุดท้ายอันดับ 6 ได้เข้าสัมภาษณ์ และที่ประหลาดยิ่งกว่าคือ อันดับ 6 ดันพลิกโชคครั้งใหญ่ ผ่านการคัดเลือก ได้รับจดหมายรายงานตัวจากสำนักงานรัฐบาลอำเภอ
ภายหลังหลี่ซิวหย่วนรู้เรื่อง แทบจะเสียใจจนตาย ต่อมาสมัครสอบอีกสองปีติดในตำแหน่งยอดนิยม แต่ก็ใจสูงเกินจริง โอกาสดี ๆ แบบนี้กลับไม่มีอีกแล้ว สุดท้ายสมัครตำแหน่งที่ทำการตำบล ต้องไปอยู่ชนบท เสียเวลาเปล่าไปหลายปี
เจอคนที่พลิกโชคได้เข้าสำนักงานรัฐบาลอำเภออีกที ก็หลายปีต่อมา เขาผู้นั้นย้ายมาเป็นรองเลขาธิการพรรคประจำตำบล
คืนนั้นมีงานเลี้ยงต้อนรับที่ตำบล หลี่ซิวหย่วนดื่มจนเมาเละ รองนายกเทศมนตรีที่ปกติดูแลเขาช่วยแก้ต่างให้ บอกว่าหนุ่มนี่ดีใจที่ท่านเลขาธิการมา เลยดื่มมากไปหน่อย
รองเลขาธิการยิ้มบาง ๆ พยักหน้า ไม่ถือสา ตบบ่าหลี่ซิวหย่วน พูดว่า "หนุ่มน้อย พยายามเข้านะ ฉันเชื่อในตัวนาย อนาคตยังอีกยาวไกล"
ตอนนั้นรู้สึกขมขื่นขนาดไหน คิดแล้วยังอยากร้องไห้...
คนเรานี่ บางทีก็แค่ขาดโอกาสดี ๆ สักครั้ง โอกาสพลิกชีวิตคนเรามีไม่กี่หนหรอก พลาดแล้วก็ไม่มีอีก
สำนักงานรัฐบาลอำเภอ ศูนย์กลางของอำเภอ ใกล้ชิดผู้นำใหญ่ตลอดเวลา การเลื่อนเป็นรองหัวหน้าระดับแผนกไม่ใช่ง่าย ๆ แต่สำหรับคนที่ตั้งใจ อดทนไปหลายปี สุดท้ายก็มักจะก้าวหน้าได้
แต่ในชนบท การเลื่อนเป็นรองหัวหน้านั่นแหละ คือทั้งชีวิต...
ปัง!
หลี่ซิวหย่วนทุบโต๊ะ ต้องสอบ ต้องคว้าโอกาสล้ำค่านี้ไว้ให้ได้ พลิกโชคครั้งนี้เขาจะไม่พลาดแน่ การได้เข้าทำงานในสำนักงานรัฐบาลอำเภอ จุดเริ่มต้นนี่หน่วยงานอื่นเทียบไม่ติดเลย
โอกาสดีงามขนาดนี้ ตัวเองไม่มีทางปล่อยไปแน่ เมื่อได้เกิดใหม่ทั้งที ต้องพยายามไต่เต้าขึ้นไปให้สูง ให้ได้เห็นวิวทิวทัศน์ที่แปลกตาบนยอดเขาซึ่งไม่เคยเห็นมาก่อน
อีกทั้งเพื่อครอบครัว จะได้ไม่ต้องเจอเหตุการณ์แบบที่หลินจิ้งหย่าข่มขู่อีก คราวนั้นได้แต่กัดฟันกล้ำกลืน ไม่กล้าปริปาก กลัวจะลามถึงพ่อแม่
และตอนนี้ก็เริ่มเตรียมตัวสัมภาษณ์ได้เลย รอโทรศัพท์แจ้งจากสำนักงานบุคคลากรจังหวัด
คิดได้ดังนั้น หลี่ซิวหย่วนหยิบเอกสารเตรียมสอบสัมภาษณ์ขึ้นมาเปิดอ่าน
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปไวเหมือนโกหก ช่วงนี้หลี่ซิวหย่วนไม่ออกจากห้องนอกจากกินข้าว มีแค่ออกไปร้านตัดเสื้อครั้งเดียว สั่งตัดสูทหนึ่งชุด เตรียมใส่ตอนสัมภาษณ์
หนึ่งสัปดาห์หลังจากเลิกกับหลินจิ้งหย่า การตรวจสอบคุณสมบัติการสอบสัมภาษณ์ก็เริ่มขึ้น หลี่ซิวหย่วนคอยจับตามือถือมากขึ้นทุกที แทบจะวิ่งไปหยิบทันทีที่เสียงดัง
วันที่ 3 เมษายน หลังจากเลิกกับหลินจิ้งหย่าได้สิบวัน หลี่ซิวหย่วนได้รับโทรศัพท์จากศูนย์บุคคลากรจังหวัด แจ้งให้ไปเข้ารับการตรวจสอบคุณสมบัติ
หลี่ซิวหย่วนพยายามสงบใจรับสาย แต่พอวางสายแล้วก็ควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ โบกกำปั้นร้องตะโกน ระบายความตื่นเต้นสุดขีด
สำนักงานรัฐบาลอำเภอ นี่คือตำแหน่งที่มีค่าที่สุดในอำเภอ ชาติก่อนพลาดโอกาสนี้ไป นั่นคือทำชีวิตตัวเองพังเลยนะ
เวลานี้ จางชิวเหอและหลี่เจี้ยนกั๋วกลับมาพักกลางวันพอดี
ได้ยินเสียงในห้องลูกชาย จางชิวเหอค่อนข้างกังวล ลูกชายคงไม่ได้เป็นอะไรไปเพราะถูกบอกเลิกนะ ต้องบอกลูกสาวที่แต่งงานออกไปแล้วให้กลับมาปลอบน้องดีไหม...
"พ่อแม่ เมื่อกี้ศูนย์บุคคลากรจังหวัดโทรมา ให้ผมไปสัมภาษณ์" หลี่ซิวหย่วนรายงานข่าวดีกับพ่อแม่ด้วยความดีใจ
จางชิวเหอและหลี่เจี้ยนกั๋วฟังแล้ว สีหน้าดูยินดี แต่จริง ๆ ไม่ได้ตื่นเต้นมาก เพราะเหตุผลง่าย ๆ
ที่พลิกโชคมาเข้าสัมภาษณ์ได้ ไม่ได้หมายความว่าจะผ่านการคัดเลือก
ท้ายที่สุด อันดับ 3 และ 4 ของข้อเขียนก่อนหน้าเขาล้วนมีคะแนนดีกว่า การที่หลี่ซิวหย่วนจะชนะ ต้องพลิกกลับมาแซงอันดับ 3 และ 4 ให้ได้ในการสัมภาษณ์ คะแนนข้อเขียนต่างกันหนึ่งแต้ม ต้องทำคะแนนสัมภาษณ์แซงสองแต้ม
การได้เข้าสัมภาษณ์น่ะ ได้แค่โอกาส แต่โอกาสก็ยังน้อยอยู่
แม้จะคิดว่าโอกาสน้อย แต่สองสามีภรรยาก็ไม่ทำลายความมั่นใจของหลี่ซิวหย่วน คิดว่าการไปสอบสัมภาษณ์ที่เมืองเอก ก็ถือว่าไปพักผ่อนคลายเครียดละกัน
หลี่ซิวหย่วนมองจิตใจพ่อแม่ออกทะลุ แต่ก็ไม่พูดอะไรมาก พูดอะไรก็สู้เอาความจริงมาพูดไม่ได้
สัปดาห์ถัดมา หลี่ซิวหย่วนไปวิ่งเต้นหลายรอบ ยื่นเอกสารทั้งหมด แล้วเห็นชื่อตัวเองในรายชื่อผู้ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ พร้อมกับวันและสถานที่สอบสัมภาษณ์ วันที่ 23 เมษายน สถานที่สอบที่มหาวิทยาลัยเหอตง เมืองเอก
สำหรับการสอบสัมภาษณ์ครั้งนี้ หลี่ซิวหย่วนมั่นใจมาก ชาติก่อนก็ผ่านมาหลายรอบแล้ว การสัมภาษณ์แบบนี้ปกติเป็นการสัมภาษณ์เชิงโครงสร้าง กรรมการทั้งหมดเป็นข้าราชการระดับรองแผนกหรือระดับแผนก
เพื่อความยุติธรรมโปร่งใส ในการสอบห้องหนึ่งมีกรรมการ 7 คน แต่จะแจ้งชื่อล่วงหน้า 30 คน ใครจะได้เป็นกรรมการ จะตัดสินใจในวันสุดท้าย อีกทั้งกระบวนการสัมภาษณ์เป็นแบบไม่ระบุชื่อ เรียกได้ว่าค้ำประกันความยุติธรรมสูงสุดแล้ว
ตราบใดที่รับประกันความยุติธรรม หลี่ซิวหย่วนก็มั่นใจว่าจะพลิกกลับมาชนะได้ น่าขำนะ ในชาติก่อนทำงานระดับล่างมาเป็นสิบปี ถึงจะเป็นแค่เสมียน แต่พื้นฐานนี่ไม่ใช่พวกเด็กอมมือที่ยังสอบไม่ติดจะเทียบได้
วันที่ 21 เมษายน เหลืออีกสองวันก่อนสัมภาษณ์ หลี่ซิวหย่วนก็ขึ้นรถโดยสารมุ่งหน้าไปยังเมืองเอก...