เซิ่งอันหนิงไม่อยากร่วมมือกับไต้เสวี่ยหมิงเลยสักนิด คนคนนี้ความคิดไม่บริสุทธิ์ แถมยังชอบทำตัวเด่น ถ้าไปด้วยกันคงมีแต่จะสร้างปัญหาให้เธอ จึงปฏิเสธตรง ๆ ว่า “ไม่ต้อง ฉันเองก็ไม่มีประสบการณ์ อย่ามัวเสียเวลาจนพลาดโอกาสช่วยคนเลย”
หมอหลี่ที่เดินนำอยู่ข้างหน้าได้ยินเซิ่งอันหนิงพูด จึงหันกลับมา “นักศึกษาเซิ่งพูดถูกแล้ว พวกเธออย่าลงมือเองโดยพลการ เจอเหตุการณ์แบบนี้ต้องสังเกตให้ดี อย่าเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บง่าย ๆ”
ไต้เสวี่ยหมิงจำต้องล้มเลิกความคิดนั้น เพียงแต่มองเซิ่งอันหนิงด้วยสีหน้าที่อ่านไม่ออก ก่อนจะเดินตามหลังเธอต่อไป โดยรักษาระยะห่างพอประมาณ ไม่ใกล้ไม่ไกล
บริเวณกลางเขาก็มีร่องรอยการถล่มเช่นกัน เพียงแต่แถบนี้เป็นเหมืองร้าง จึงไม่มีใครติดอยู่ข้างใน
เซิ่งอันหนิงสะพายกล่องยาไว้ด้านหลัง ใช้ทั้งมือและเท้าปีนตามทีมกู้ภัยขึ้นไป ไม่รู้ว่าเป็นเพราะคิดมากไปเองหรือเปล่า เธอรู้สึกอยู่ตลอดว่าไต้เสวี่ยหมิงที่อยู่ข้างหลังเอาแต่มองเธอ
เธอจึงชะลอฝีเท้า ตั้งใจให้ไต้เสวี่ยหมิงเดินแซงไปก่อน แต่ไม่คิดว่าเขาจะชะลอฝีเท้าตามเธอด้วย
“ตรงนี้มีคนอยู่!”
คนที่เดินนำหน้าสุดตะโกนขึ้น เซิ่งอันหนิงไม่มีเวลาคิดเรื่องอื่น รีบปีนป่ายวิ่งไปอย่างรวดเร็ว ใต้กองดินถล่มมีเสียงร้องขอความช่วยเหลือแผ่วเบาดังขึ้น
ทุกคนไม่กล้าขยับอะไรส่งเดช ทำได้เพียงมองลงไปดูสถานการณ์ผ่านช่องที่กว้างไม่ถึงครึ่งเมตร
ข้างในมืดสนิท หลังจากตะโกนถามตอบกันจึงรู้ว่ามีคนอยู่ข้างในสองคน คนหนึ่งหมดสติไปแล้ว สถานการณ์เร่งด่วนอย่างยิ่ง
