เซิ่งอันหนิงรีบลุกออกจากตัวโจวชื่อซวินทันที อายจนแทบอยากขุดรูมุดหนีเข้าไป
จงเหวินชิงเองก็ตกใจ ไม่คิดว่าจะเข้ามาขัดจังหวะช่วงเวลาหวานชื่นของสามีภรรยาหนุ่มสาว เธออ้ำอึ้งลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า “เอ่อ...พวกคุณทำธุระกันต่อเถอะ ฉันขอไปช่วยพ่อคุณเก็บกวาดห้องทางโน้นก่อนนะ”
เซิ่งอันหนิงอยากอธิบายแต่ก็ไม่ทันแล้ว เธอมองโจวชื่อซวินที่ค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่ง “โทษคุณคนเดียวเลย คุณยืนดี ๆ อยู่แท้ ๆ ทำไมถึงล้มลงไปได้ล่ะ”
พูดจบก็ยกมือปิดหน้าแล้วฟุบลงบนเตียง “แย่แล้ว ต่อไปฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนล่ะเนี่ย”
โดยเฉพาะคนสมัยนี้ยังหัวโบราณกันอยู่ เมื่อครู่เธอยังนอนทับอยู่บนตัวโจวชื่อซวิน จงเหวินชิงเห็นเข้าแล้วจะคิดไหมว่าเธอกำลังรังแกลูกชายตัวเองอยู่
ยิ่งคิดก็ยิ่งอาย ส่งเสียงครวญครางไม่หยุด
นาน ๆ ทีโจวชื่อซวินจะได้เห็นเซิ่งอันหนิงจนมุมแบบนี้ เขาอดหัวเราะไม่ได้ จึงกระแอมเบา ๆ แล้วเก็บรอยยิ้มบนใบหน้า ก่อนจะผลักไหล่เซิ่งอันหนิง “รีบไปเรียนเถอะ ไม่อย่างนั้นจะสายเอา”
เซิ่งอันหนิงถึงได้รีบลุกขึ้นมา จัดผมลวก ๆ แล้ววิ่งไปบอกจงเหวินชิง ก่อนจะรีบไปเข้าเรียน
พอกลับมาตอนเที่ยง จงเหวินชิงกับโจวหนานกวางก็ห่อเกี๊ยวเสร็จแล้ว ทั้งยังตุ๋นนกพิราบไว้ให้โจวชื่อซวินหนึ่งตัวด้วย
เซิ่งอันหนิงรู้สึกว่าอาหารการกินดีเกินไปแล้ว ช่วงหลายวันนี้แต่ละวันผ่านไปราวกับเป็นปี พอขาของโจวชื่อซวินหายดี เขาอาจจะกลายเป็นเจ้าคนอ้วนก็ได้
จงเหวินชิงเรียกเซิ่งอันหนิงให้ไปล้างมือกินข้าว “เดี๋ยวพ่อคุณก็ต้องไปสถานีรถไฟแล้ว”
