เพราะเหยากวงปล่อยมือกะทันหัน ฉยงหัวจึงเสียหลักราวกับไร้ที่พึ่งพิง ก่อนทรุดฮวบลงบนแท่นบรรทมเซียนในทันที
นางก้มหน้าต่ำ ปอยผมยุ่งเหยิงทิ้งตัวลงปรกแก้มทั้งสองข้าง จนยากจะมองเห็นสีหน้าของนางในยามนี้ ทว่าไหล่ที่สั่นระริกกลับเผยให้เห็นคลื่นลมในใจ
แววตาของนางวูบไหวอย่างรวดเร็ว ความคิดพลิกวนดุจวงล้อหมุนคว้าง
หรือวันนี้เหยากวงมาที่นี่เพื่อยุยงให้แตกแยกระหว่างนางกับเทพาดารา? หรือแท้จริงแล้วนางต้องการคำตอบบางอย่าง?
มิได้มาเพื่อสังหารนางหรือ?
ความคิดหนึ่งผุดขึ้นในใจนาง จากนั้นนางก็คิดต่อ หรือว่านางใช้ของวิเศษบันทึกบทสนทนาที่เพิ่งเกิดขึ้นทั้งหมดเอาไว้?
ความคิดนี้ทำให้ใจนางกระตุกวูบ
แต่บางทีเรื่องที่เหยากวงกล่าวว่าได้หลุดพ้นจากการควบคุมของตี้จุนอาจเป็นเรื่องโกหก นางเพียงฉวยโอกาสตอนตี้จุนเผลอ ลอบหนีออกมาจากแดนมหาละลัยเท่านั้น!
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ฉยงหัวก็กำหมัดแน่นขึ้นเล็กน้อย
ตั้งแต่รู้ว่าเหยากวงมาถึง นางก็ลอบกระตุ้นค่ายกลลับในตำหนัก เพื่อหวังแจ้งข่าวแก่เทพโบราณทั้งสิบ
คิดว่าอีกไม่นานพวกเขาก็คงมาถึง นางเพียงต้องถ่วงเวลาเหยากวงไว้สักระยะ
“เหยากวง ทุกสิ่งที่ข้าพูดในวันนี้ล้วนเป็นความจริง คำพยากรณ์เกี่ยวกับเจ้านั้น เทพาดาราเป็นผู้ตรวจพบจริง”
นางเพียงแอบลงมือบางอย่างตอนเทพาดาราใช้ค่ายกลตรวจสอบลิขิตสวรรค์ แม้แต่เทพาดาราเองก็ไม่รู้ตัว
เหยากวงจับตาดูสีหน้าของฉยงหัวอย่างเงียบงัน
เดิมทีนางก็ไม่เคยคิดจะให้ฉยงหัวเป็นฝ่ายยอมรับแผนการชั่วร้ายเหล่านั้นด้วยตนเอง
