นับแต่ข่าวซูจิ้งเหยาตั้งครรภ์แพร่ไปทั่วราชสำนัก แม้แต่ฝ่าบาทที่กำลังประชวรก็ยังทรงแสดงความห่วงใยต่อนางเป็นพิเศษ คอยส่งคนมาถามไถ่สารทุกข์สุกดิบอยู่เนืองๆ
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงพระนางฮองเฮา ถึงกับทรงคัดเลือกพี่เลี้ยงผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสตรีมีครรภ์อย่างพิถีพิถัน แล้วส่งมาดูแลนางอย่างใกล้ชิด
คุ้มครองซูจิ้งเหยาอย่างรอบด้าน ท่าทีเช่นนี้ประหนึ่งสร้างกำแพงที่แข็งแกร่งจนมิอาจพังทลาย
เพราะทางฝ่ายพระนางฮองเฮานั้น พระสนมซูกับอ๋องตวนยังคงไม่ยอมเลิกรา คิดใช้ข้ออ้างว่าองค์รัชทายาทไร้ทายาท ชักจูงขุนนางที่มีจุดยืนไม่มั่นคง หวังขัดขวางการขึ้นครองราชย์ขององค์รัชทายาท
บัดนี้พระชายารองตั้งครรภ์แล้ว แม้ฮองเฮาจะไม่พอพระทัยที่ก่อนหน้านี้นางได้รับการโปรดปรานจากองค์รัชทายาทเพียงผู้เดียว และทำตัวหยิ่งผยองราวกับครอบครององค์รัชทายาทไว้แต่ผู้เดียว แต่เพื่อองค์ราชนัดดาที่ทรงเฝ้ารอ พระนางก็ทรงเก็บความไม่พอพระทัยเหล่านั้นไว้ในพระทัยชั่วคราว และเลือกที่จะยอมรับนาง
ตราบใดที่องค์ราชนัดดาของพระนางประสูติอย่างปลอดภัย เรื่องอื่นๆ ล้วนเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยที่ไม่สลักสำคัญ
ระหว่างตั้งครรภ์ ซูจิ้งเหยาใช้ชีวิตอย่างสบายอกสบายใจเป็นอย่างยิ่ง
นางไม่จำเป็นต้องเหน็ดเหนื่อยออกแรงเอาใจจวินเจ๋อเฉินเลย เพียงขยับปากพูดจาหวานหู ออดอ้อนเขาสักหน่อยในแต่ละวัน แล้วสั่งให้เขาทำนั่นทำนี่
นางอยู่สบายใจ จวินเจ๋อเฉินก็เต็มใจยิ่ง การอยู่ร่วมกันเช่นนี้ช่างดีเหลือเกิน
ทว่าจวินเจ๋อเฉินก็ไม่ได้ขัดพระประสงค์ของฮองเฮาอีก เริ่มโปรดปรานสตรีคนอื่นๆ ในเรือนหลังตามที่จัดเตรียมไว้
แต่ไม่รู้ว่าจวินเจ๋อเฉินคิดเช่นไร เขาจึงมีรับสั่งเป็นพิเศษ ห้ามสตรีผู้รับใช้ในวังตะวันออกคนใดไปรบกวนซูจิ้งเหยา อีกทั้งยังห้ามเด็ดขาดมิให้ผู้ใดนำข่าวว่าเขาโปรดปรานใครไปบอกที่ตำหนักสุ่ยหนิง
ซูจิ้งเหยาหัวเราะเยาะเบาๆ ปิดหูขโมยกระดิ่ง
ในเมื่อเขาไม่อยากให้นางรู้ นางก็แสร้งทำเป็นไม่รู้เสียก็แล้วกัน
แต่ละวันนางเพียงใช้ชีวิตอย่างสบายใจและบำรุงครรภ์ ชีวิตช่างสุขสำราญประหนึ่งเทพเซียน
