หลินกุ้ยปินผู้นั่งอยู่ด้านหน้าฝ่าบาท จงใจโน้มกายลงไปพิงพระอุระอันกว้างใหญ่ของฝ่าบาทด้วยท่วงท่าที่อ่อนช้อยยิ่งขึ้น
ดวงตาของนางหลุบต่ำ ขนตาสั่นระริก แต่ในแววตากลับแฝงไว้ซึ่งความดูแคลน
รอยดูแคลนนั้นวับวาวอยู่ในหางตาอย่างแผ่วเบา ราวกับกำลังท้าทายหลิงเฟย
หลังจากจวินเจ๋อเฉินควบม้าผ่านข้างกายหลิงเฟยไป หลิงเฟยก็เห็นมุมปากของหลินกุ้ยปินยกยิ้มเยาะหยันอย่างดูถูก พร้อมซ่อนความดีใจไว้ภายใน
หลิงเฟยยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น มองท่าทีทั้งหมดของหลินกุ้ยปินด้วยสายตาจับจ้องไม่วางตา
ในตอนนี้นางจึงเข้าใจชัดเจนว่า สิ่งที่หลินกุ้ยปินทำเมื่อครู่เป็นเพียงการแสร้งทำขึ้นมาล้วน ๆ!
หลินกุ้ยปินไม่ได้ต้องการให้องครักษ์มาทำลายความบริสุทธิ์ของนางจริง ๆ เพียงแต่แสร้งพูดเช่นนั้นเท่านั้น
นางเชื่อคำพูดของหลินกุ้ยปิน จึงคิดจะทำให้ม้าของหลินกุ้ยปินอาละวาดบ้าง เพื่อป้องกันไม่ให้หลินกุ้ยปินเรียกองครักษ์มาทำลายความบริสุทธิ์ของนาง
แต่แท้จริงแล้วจุดประสงค์ของหลินกุ้ยปินคือการให้ฝ่าบาทได้เห็นกับตาว่านางจงใจกลั่นแกล้งรังแกนาง
ไม่ได้การแล้ว นางจะนั่งรอความตายอยู่เฉย ๆ ไม่ได้!
หลิงเฟยเก็บสีหน้าแค้นเคืองและไม่พอใจอย่างเด่นชัดลง พยายามทำให้ตัวเองดูสงบนิ่งที่สุด
จากนั้นนางก็เอ่ยกับขันทีที่รับผิดชอบลานม้าด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า "ไปเรียกสัตวแพทย์มาหาข้าหน่อย"
อู๋จุยของนางถูกหลินกุ้ยปินวางยา ถ้านางสืบหาความจริงได้ นางจะต้องทำให้หลินกุ้ยปินได้รับโทษตามควร!
หลิงเฟยรอสัตวแพทย์อยู่ที่ลานม้า ระหว่างนั้นนางไม่ยอมให้ใครแตะต้องอู๋จุยของนางแม้แต่คนเดียว
"กระหม่อมถวายพระพรพระสนม" สัตวแพทย์คำนับด้วยความเคารพ
"ลุกขึ้นเถอะ มาดูหน่อยว่าทำไมอู๋จุยของข้าถึงจู่ ๆ อาละวาด" หลิงเฟยสั่งด้วยสีหน้าเรียบเฉย
สัตวแพทย์ลุกขึ้นแล้วเดินไปข้าง ๆ อู๋จุยที่นอนลงไปแล้ว จากนั้นก็วางมือลงบนลำคอใกล้ตำแหน่งหัวใจของอู๋จุย รับรู้จังหวะการเต้นของชีพจรและความแรงอย่างละเอียด
แต่...
สัตวแพทย์ขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว สีหน้าแสดงความลำบากใจ
"พระสนม อู๋จุยถูกป้อนยาเบื่อม้าเข้าไปเป็นจำนวนมาก กระหม่อมไม่อาจระบุได้ว่าอู๋จุยอาละวาดเพราะยาหรือไม่"
