เจียงโจว ชิงเฟิงจุ้ย
ในเรือนอันเงียบสงบที่หนิงเฉียนกับพวกพ้องซื้อไว้ในเจียงโจว ทั้งสามจัดเก็บข้าวของอย่างประณีตเรียบร้อย จากนั้นจึงอาศัยข่าวสารที่สืบถามมาได้หลังเดินทางถึงเจียงโจว ตามหาโรงสุราที่คึกคักที่สุดในเมือง นั่นคือชิงเฟิงจุ้ย
ยามนี้ทั้งสามกำลังนั่งอยู่ในตำแหน่งชั้นเลิศริมหน้าต่าง
แววตาของลี่จิ้งแฝงความสุขสงบอยู่หลายส่วน มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย ดูคล้ายพึงพอใจกับสภาพแวดล้อมเป็นอย่างยิ่ง
ส่วนจงหลีหมิงชวนตื่นเต้นยิ่งกว่า เขาชื่นชอบสุรา และสุราของชิงเฟิงจุ้ยก็เลื่องชื่อว่ารสชาติดียิ่งในเจียงโจว
ทั้งสามอยู่เคียงข้างกันมาเช้าค่ำตลอดห้าปี เมื่อเทียบกับความระมัดระวังยามอยู่ต่อหน้านางในช่วงแรก ลี่จิ้งในยามนี้ผ่อนคลายเป็นธรรมชาติมากขึ้น ถ้อยคำก็มีมากขึ้น ยามอยู่ภายนอกแลดูเป็นคุณชายอ่อนโยนสง่างามผู้หนึ่ง
จงหลีหมิงชวนพกกระบี่ล้ำค่า สวมชุดรัดกุมสีน้ำเงิน เดิมทีควรมีท่วงท่าเยี่ยงจอมยุทธ์ผู้เย็นชา ทว่ายามนี้กลับเป็นคนช่างเจรจาที่สุดในหมู่พวกเขาทั้งสาม
“เฉียนเฉียน เจียงโจวขึ้นชื่อเรื่องสุราไปทั่วเจียงหนาน! ไม่รู้ว่ามีนักประพันธ์ บัณฑิตหนุ่ม และหญิงงามมากมายเพียงใดที่เดินทางมายังเจียงโจว ต่างก็มาเพื่อลิ้มรสสุราที่นี่”
“วันนี้พวกเราสามคนต้องลิ้มลองสุรารั่วเซี่ย สุราที่มีชื่อเสียงที่สุดของเจียงโจวให้ได้”
จงหลีหมิงชวนมีท่าทีร้อนใจอยากลิ้มลองเป็นอย่างยิ่ง
หนิงเฉียนยิ้มบาง ดวงตาเป็นประกายมีชีวิตชีวา เอ่ยเสียงอ่อนโยนว่า “สายน้ำรั่วซีใช้หมักสุรา ได้สุรารสเข้มข้น ซึ่งเรียกกันว่าสุรารั่วเซี่ย ชื่อเสียงเลื่องลือไปไกลจริง ๆ ก่อนหน้านี้ตอนอยู่เมืองหลวง ข้าก็เคยได้ยินชื่อมาบ้าง”
“วันนี้ข้ากับพี่ชายจะดื่มเป็นเพื่อนพี่ใหญ่จงหลีให้เต็มที่”
“ฮ่า ๆ ดี!”
จงหลีหมิงชวนหัวเราะอย่างเบิกบาน
เมื่อเสี่ยวเอ้อยกสุรามาให้ ลี่จิ้งก็รับไว้ ก่อนจะรินใส่จอกของทั้งสามจนเต็มด้วยท่าทางคล่องแคล่วชำนาญ
ทั้งสามยกจอกขึ้นดื่มรวดเดียวหมด สีหน้าดูเบิกบานยิ่งนัก
