วันรุ่งขึ้น
ซูจิ้งเหยามาถึงโถงใหญ่ของตำหนักฉีหลวน หลิงเยวี่ยจัดวางอาหารไว้เรียบร้อยแล้ว
“ไท่จื่อเฟยยังสบายดีหรือไม่ หม่อมฉันกำลังตั้งครรภ์ ไม่สะดวกคารวะ จึงขอนั่งเลยเพคะ”
ซูจิ้งเหยายกมุมปากขึ้น เผยรอยยิ้มบางเบา
นางตั้งครรภ์ได้ห้าเดือนแล้ว หน้าท้องนูนชัด มีเหมียวอวิ้นคอยประคองจึงค่อย ๆ นั่งลง
ชั่วขณะที่นั่งลง สายตาของนางจับจ้องไปยังอาหาร บนดวงตาฉายแววประหลาดใจวูบหนึ่ง
หลิงเยวี่ยยังใส่ใจนางอยู่หรือ
รู้ด้วยว่านางชอบอาหารดอกไม้หรือ
สีหน้าหลิงเยวี่ยสงบนิ่ง ไม่ใส่ใจสิ่งที่ซูจิ้งเหยาเรียกว่า “ไร้มารยาท” เลยแม้แต่น้อย ซูจิ้งเหยาเป็นฮองเฮาในอนาคตที่แน่นอนแล้ว จะต้องคารวะนางไปไย
“ซูจิ้งเหยา ตอนเทศกาลดอกไม้คราวนั้น จวินเจ๋อเฉินเตรียมอาหารดอกไม้ให้เจ้าต่อหน้าข้า เจ้าได้ใจมากใช่หรือไม่ แอบลอบคบหากับสามีของข้า เจ้ามีความสุขมากใช่หรือไม่”
หลิงเยวี่ยกำหมัดแน่น แววตาเปี่ยมด้วยความแค้น
เมื่อนึกถึงภาพคราวที่แล้วซึ่งพวกเขาสามคนออกจากวังไปด้วยกันในเทศกาลดอกไม้ วันนั้นนางยังถามจวินเจ๋อเฉินอย่างคนโง่ว่าเหตุใดจึงเตรียมอาหารดอกไม้ให้ ภายหลังจึงได้รู้ว่าเป็นเพราะซูจิ้งเหยากินแต่อาหารดอกไม้ อาหารยา และของบำรุงสุขภาพทั้งหลาย
ที่นางพูดถึงเรื่องราวในชาติก่อนอย่างตรงไปตรงมา ก็เพียงเพื่อหยั่งเชิงซูจิ้งเหยา
ในเมื่อจวินเจ๋อเฉินไม่ใช่คนเดิม และมีความทรงจำอื่น แล้วซูจิ้งเหยาที่อยู่ตรงหน้านี้เล่า
หลิงเยวี่ยอยากปลอบใจตนเองว่า หากซูจิ้งเหยาก็มีความทรงจำผิดแผกไปเช่นกัน เช่นนั้นที่นางพ่ายแพ้ก็คงไม่ได้น่าอดสูนัก
ซูจิ้งเหยาขมวดคิ้ว ฉงนอยู่ชั่วขณะ ก่อนจะตระหนักได้ทันทีว่าหลิงเยวี่ยกำลังพูดถึงเรื่องในชาติก่อน
