เมื่อลี่จิ้งจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ก็หาข้ออ้างที่ไม่ทำให้ผู้ใดสงสัยเพื่อออกจากวังหลวง
ทันทีที่ออกจากวัง เขาก็รีบมุ่งหน้าไปยังเรือนหลังนั้นที่ชานเมืองหลวง
ซูจิ้งเหยาอาศัยอยู่ที่นี่มานานกว่าสามเดือนแล้ว
สาวใช้ที่คอยดูแลซูจิ้งเหยาเป็นหญิงใบ้ที่ลี่จิ้งซื้อมาจากตลาดมืดลับแห่งหนึ่งในเมืองหลวง
ช่วงหลายเดือนนี้เป็นช่วงเวลาคับขัน ลี่จิ้งจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ซูจิ้งเหยาเพิ่งคลอดบุตร อีกทั้งรูปโฉมของนางก็มิใช่สิ่งที่คุณหนูทั่วไปจะมีได้ ในเมืองหลวงที่ข่าวสารแพร่กระจายอย่างรวดเร็วเช่นนี้ เขาจึงไม่อาจปล่อยให้ผู้ใดเกิดความสงสัยได้
ช่วงที่ผ่านมา ซูจิ้งเหยาใช้ชีวิตอยู่ในเรือนอย่างสำราญใจ
ยามปลูกดอกไม้ดูแลต้นไม้ แววตาของนางจดจ่อและอ่อนโยน ราวกับกำลังสนทนากับดอกไม้แต่ละดอกด้วยเสียงแผ่วเบา ยามอ่านหนังสือ นางลืมทุกสิ่งรอบกาย ราวกับถูกเรื่องราวน่าอภิรมย์ในหนังสือชวนให้เพลิดเพลิน ยามบรรเลงพิณ นิ้วมือพลิ้วไหวโลดแล่นบนสายพิณ สีหน้าเปี่ยมด้วยความเคลิบเคลิ้ม
ขณะนี้ นางกำลังถือกระบวยน้ำ รดน้ำดอกไห่ถังที่ขึ้นงามแน่นขนัดในสวนเล็ก ๆ อย่างทะนุถนอม
ดอกไห่ถังเหล่านั้นมีสีสันหลากหลาย ทั้งงามผุดผ่องประหนึ่งดอกบัวพ้นน้ำ ทั้งงามสะพรั่งดุจหมู่เมฆย้อมสีสุริยันบนขอบฟ้า ชวนให้ผู้คนหลงรักยิ่งนัก
ซูจิ้งเหยาไม่ได้เกล้าผมยาวทั้งหมดขึ้น เพียงหวีเป็นมวยเรียบง่ายดุจยามที่ยังไม่ออกเรือน ส่วนเส้นผมที่เหลือซึ่งดำขลับดุจหมึกก็ปล่อยสยายอย่างเป็นธรรมชาติ
ยามนางก้มตัวรดน้ำ เส้นผมยาวพลันทอดลงเบื้องหน้าอกดุจม่านน้ำตก พลิ้วไหวแผ่วเบา
ลี่จิ้งเดินมาจากที่ไกล ๆ มองดูเงาร่างของนางแล้วอดทอดถอนใจไม่ได้
แท้จริงแล้วเขาสังเกตเห็นว่านางเปลี่ยนไปจากแต่ก่อนมาก เพียงแค่ไปวังหลวงคราหนึ่ง บุคลิกของนางกลับสงบเยือกเย็นและห่างไกลจากโลกีย์ ราวกับไม่แปดเปื้อนกลิ่นอายธุลีโลก
