ซูจิ้งเหยาเข้าไปในรถม้าแล้ว รอยยิ้มที่สง่างามตลอดทางจึงค่อย ๆ คลายลง ทั้งตัวผ่อนคลายลงมากทันที
ใบบนหน้ายังคงมีรอยยิ้ม จ้องมองจวินเจ๋อเฉินด้วยแววตาชุ่มชื้น
“ฝ่าบาทวันนี้ดูไม่เหมือนเช่นเคย?”
ขณะที่พูด ดวงตาก็เปล่งประกายด้วยความอยากรู้อยากเห็น
จวินเจ๋อเฉินยิ้มอย่างมีอรรถรสแล้วย้อนถามว่า “ที่ไหนไม่เหมือน?”
ซูจิ้งเหยาได้ยินแล้วก็เริ่มทำเป็นจริงจัง สายตามองสำรวจเขาอย่างตั้งใจและละเอียด
จากเส้นผมที่สยายดั่งหมึก ลามไปถึงคิ้วดาบที่เข้มแข็ง ได้รูป แล้วถึงดวงตาที่ลุ่มลึกดั่งดวงดาว และใบหน้าที่คมชัดเป็นมิตินูนเด่นชัด
อดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจ สมกับเป็นพระเอกนิยาย เพียงแค่มีใบหน้านี้ ก็พอจะทำให้บรรดาหญิงสาวในวังหลังที่ไม่ค่อยได้เห็นผู้ชายเป็นปกติ ต่างก็คลุ้มคลั่ง
แย่งกันเพื่อให้ได้ความสนใจและความโปรดปรานของเขา
“วันนี้ฝ่าบาทพระพักตร์สดใสผุดผ่องดั่งหยกซ่อนเร้นในแสงอรุณ ทรงพลังดั่งมังกรใหญ่ผ่าทะเลเมฆ ช่างงดงามเหนือใดและสง่างามยิ่งนัก”
คำชมของซูจิ้งเหยาเต็มไปด้วยความจริงใจ ดวงตาคู่สวยราวสายน้ำสั่นระริกด้วยความรักและความชื่นชมอย่างลึกซึ้ง
สายตาจดจ้องอยู่ที่จวินเจ๋อเฉินไม่วางตา
จวินเจ๋อเฉินชอบสายตาแบบนี้ของนางเป็นพิเศษ แต่ก่อนเขาไม่ชอบให้ใครจ้องมองหน้าตาของเขา เขาจึงมักใช้บารมีอันน่าเกรงขามในการข่มผู้อื่นเสมอ
แต่ยิ่งอยู่กับนางนานเท่าไร เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าหญิงผู้นี้ทุกครั้งที่เขามีการแต่งกายแตกต่างไป สายตาที่มองเขาก็จะต่างกันออกไปด้วย
ดังนั้นวันนี้เขาจึงตั้งใจไม่มัดผมดำทั้งหมด แต่เพื่อให้ตัวเองดูน่าเกรงขามเหมือนเดิม เขาจึงเลือกสวมชุดคลุมมังกรสีดำสนิท
