ลูกน้องผีตนหนึ่งรีบร้อนวิ่งเข้ามา
“พี่ใหญ่!”
“เป็นยังไงบ้าง?”
“รถไฟขบวนนี้มีทั้งหมด 11 ตู้ ตัดหัวรถจักรออกก็เหลือ 10 ตู้ แต่ละตู้มี 74 ที่นั่ง ตั้งแต่ตู้ที่ 4 เป็นต้นไป ที่นั่งแทบเต็มหมดแล้ว แถมยังมีคนยืนอีกไม่น้อย พวกเราอยู่ตู้ที่ 10 ตู้ด้านหน้าจัดที่นั่งดีกว่า ราคาตั๋วก็แพงกว่า แถมไม่อนุญาตให้ผีไม่มีที่นั่งเข้าไป ผมเลยเข้าไปไม่ได้”
เฉินฉีพยักหน้า
ทันทีที่ขึ้นรถไฟ เฉินฉีก็สั่งให้ลูกน้องผีสองตนไปสืบดูสถานการณ์บนรถให้ละเอียด
“พี่ใหญ่ ผีผู้ชายเมื่อกี้มีตั๋วรถไฟติดตัวอยู่ใบหนึ่ง แล้วก็เหรียญกุยอีก 2,000 เหรียญครับ”
ลูกน้องที่อยู่ตรงรอยต่อระหว่างตู้ยื่นของให้เฉินฉี
เฉินฉีรับตั๋วกับเหรียญกุยมา
ลูกน้องผีพวกนี้มีความคิดและวิธีจัดการเรื่องต่าง ๆ เป็นของตัวเอง แทบไม่ต่างจากผีจริง ๆ
ต่างกันแค่อย่างเดียว คือพวกมันภักดีต่อเฉินฉีสุด ๆ
ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าความภักดีจะลดลงได้หรือเปล่า หวังว่าลูกน้องที่เรียกออกมาคงไม่แอบฉกของดีไปเสียก่อนล่ะ
เฉินฉีสอดตั๋วเข้ากระเป๋า
เขามีทั้งตั๋วและที่นั่งอยู่แล้ว ไม่ต้องกลัวนายสถานีจะหาเรื่อง
ต่อไปก็เหลือแค่หาทางจัดการเรื่องลูกน้อง
จะให้ควักร่างกายบางส่วนส่งให้จริง ๆ ก็คงไม่ได้
ตรวจทุกชั่วโมง พอถึงสถานี ลูกน้องผีคงพิการกันเป็นแถวจนแทบดูไม่เป็นผีแล้ว
เฉินฉีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกวักมือเรียกลูกน้อง
“พวกแกไปตู้ที่ 11 ให้หมด ผีไม่มีตั๋วฆ่าทิ้งให้เรียบ ส่วนพวกมีตั๋วและมีที่นั่ง ลากออกไปฆ่านอกตู้ จัดการให้เสร็จก่อนนายสถานีมา”
“รับทราบ!”
ลูกน้องกว่า 70 ตนรีบหันหลังจากไป
เหล่าผีรอบตัวเฉินฉี “……”
【แต้มพี่ใหญ่+1】
【แต้มพี่ใหญ่+1】
【แต้มพี่ใหญ่+1】
【แต้มพี่ใหญ่+1】
นี่มันคนบ้าอะไรกันวะเนี่ย?
โลกสยองค่อนข้างใช้ความรุนแรงก็จริง แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นนั่งรถไฟอยู่ดี ๆ แล้วโดนฆ่าตายโดยไม่มีเหตุผลสักหน่อย!
เฉินฉีนั่งลงบนที่นั่ง
ผีที่นั่งขนาบสองข้างก้มหน้าซุกอก ไม่กล้าส่งเสียงสักแอะ
ส่วนตัวที่นั่งริมหน้าต่างหดตัวลงไปอยู่ใต้เบาะเสียเลย
เฉินฉีฉวยโอกาสเดินไปที่หน้าต่าง
แล้วมองออกไปข้างนอก
รถไฟแล่นผ่านทุ่งมนุษย์
ทุ่งมนุษย์ก็คือนาข้าวของโลกสยอง ที่ปลูกอวัยวะมนุษย์สารพัดชนิดไว้
เป็นแหล่งอาหารหลักของโลกสยอง
แขนหลายท่อนโผล่ขึ้นจากดินสีแดงสด โบกไหวไปตามสายลม
เฉินฉีละสายตากลับมา
มองมาก ๆ เดี๋ยวสติลด
ทุ่งมนุษย์แห่งหนึ่งผ่านวูบไป
“เอ๊ะ? ของแบบนี้ก็ปลูกได้ด้วยเหรอ?”
“แค่ก”
เฉินฉีกระแอมเบา ๆ
ภาพงามเกินบรรยาย สวรรค์ของหนุ่มใหญ่กับสาวสะพรั่งชัด ๆ
แต้มพี่ใหญ่: 503
“แลกใช้พลังร่วมกับลูกน้อง!”
เห็นว่าแต้มพี่ใหญ่ทะลุ 500 แล้ว เฉินฉีก็แลกใช้พลังร่วมกับลูกน้องโดยไม่ลังเล
มีลูกน้องเยอะเป็นเรื่องดี แต่ตัวเขาเองก็ต้องมีความสามารถพอจะป้องกันตัวด้วย
“หืม ลูกน้องมีตนหนึ่งเลื่อนขั้นเป็นระดับ 2 แล้วเหรอ?”
เฉินฉีกำลังเลือกอยู่ จู่ ๆ ระดับของลูกน้องตนหนึ่งก็ทะลวงขึ้นเป็นระดับ 2
ดูท่าลูกน้องในตู้ที่ 11 จะเริ่มลงมือกันแล้ว
จังหวะเหมาะพอดี ลองใช้พลังระดับ 2 ดูหน่อย
“แบ่งพลัง!”
“ตูม!”
พลังผีมหาศาลหลั่งไหลเข้าสู่ร่างของเฉินฉี
พลังผีไหลเวียนอยู่ในฝ่ามือ
เฉินฉีกำมือแล้วคลายออก เตรียมทดสอบพลังดูสักหน่อย
เขากวาดตามองไปรอบ ๆ
แล้วก็เห็นผีที่ซ่อนอยู่ใต้ที่นั่งของตัวเอง
เฉินฉีคว้าหัวผีตนนั้นไว้
ท่ามกลางสายตาหวาดผวาของมัน เขาบีบจนหัวแหลกคามือ!
【ได้รับค่าประสบการณ์ 1 แต้ม แต่เนื่องจากยังไม่ได้เป็นนักผจญภัย ค่าประสบการณ์จะถูกเก็บไว้ชั่วคราวและมอบให้เมื่อได้เป็นนักผจญภัยแล้ว】
เสียงแจ้งเตือนจากโลกสยองดังขึ้นข้างหูเฉินฉี
เฉินฉีสะบัดมือสองสามที
เรื่องอื่นเอาไว้ก่อน แต่แรงมือเขานี่สิ ใช้ได้เลย
กะโหลกมนุษย์ซึ่งเป็นกระดูกที่แข็งที่สุดในร่างกายยังถูกบีบจนแหลกได้ง่าย ๆ
เมื่อมีพลังผีเสริม เฉินฉีรู้สึกว่าตัวเองกระโดดขึ้นไปกลางอากาศได้สูงถึง 3-4 เมตรด้วยซ้ำ
เสียดายที่ตู้รถไฟเตี้ยเกินไป ไม่มีที่ให้แสดงฝีมือ
ในตู้ท้าย ๆ ไม่มีผีระดับ 2 ให้เห็น
ยังไงผีระดับ 2 ก็เก่งกว่าพวกชาวบ้านต๊อกต๋อยพวกนี้อยู่หน่อย
ส่วนใหญ่คงนั่งอยู่ในตู้ด้านหน้า ๆ กันหมด
“อ๊ากกก!”
เสียงกรีดร้องดังไม่ขาดสายมาจากตู้ที่ 11
“ปึง ปึง ปึง!”
ประตูตู้ที่ 10 เปิดออก
ผีร่างอ้วนท้วมขั้นรุนแรงค่อย ๆ เดินเข้ามา
มันถือดาบฟันเลื่อยด้ามใหญ่ไว้ในมือข้างหนึ่ง อีกข้างถือปากกา สวมเครื่องแบบและหมวกสีดำแดงที่มีเลือดหยดไม่หยุด
ผีนายสถานี!
ระดับ 7!
เฉินฉีนั่งตัวตรงอย่างเรียบร้อย
“ฟุดฟิด~”
ผีนายสถานีขยับปลายจมูก
“มนุษย์น่าตายมาอีกแล้ว!”
ผีนายสถานีหันขวับมามองเฉินฉี
แรงกดดันมหาศาลแผ่คลุมร่างของเฉินฉี
เขารู้สึกว่าทั้งตัวหนักอึ้ง ราวกับแบกกระสอบทรายหนักหลายร้อยชั่งไว้บนหลัง
เฉินฉีหยิบตั๋วออกมา แล้วพยายามยกขึ้นแนบอก
“ฮึ!”
ผีนายสถานีส่งเสียงขึ้นจมูก ก่อนจะถอนแรงกดดันกลับไป
“เฮือก!”
เฉินฉีหอบหายใจเฮือกใหญ่ รู้สึกเหมือนเพิ่งเฉียดความตายมาอย่างหวุดหวิด
“ตรวจตั๋ว!”
ผีนายสถานีแค่นเสียงเย็นชา
ผีที่มีที่นั่งและมีตั๋วต่างยกตั๋วขึ้นแนบอกอย่างว่าง่าย
ปากกาในมือผีนายสถานีขีดเครื่องหมายถูกลงบนตั๋วไม่หยุด เป็นสัญญาณว่าตรวจตั๋วแล้ว
จากนั้นมันก็เดินไปหาคนถัดไป
“หืม?”
จู่ ๆ ผีนายสถานีก็เหลือบตามองลงไป
ผีที่อยู่ใต้ที่นั่งสั่นเป็นเจ้าเข้า
“ผะ ผมมีตั๋วนะ”
ผีนายสถานียื่นมือคว้าลงไปใต้ที่นั่งทันที
“อ๊าก!”
เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังมาจากใต้ที่นั่ง
ที่แท้มีผีแอบหนีตั๋วอยู่ข้างใต้
ผีนายสถานีกระชากมันออกมาแล้วชูไว้ตรงหน้า
มันแยกเขี้ยวถาม
“ตั๋วแกอยู่ไหน?”
ผีตนนั้นกลัวจนฟันกระทบกันกึก ๆ
“ผะ ผม ผม…”
“ช่างเถอะ! เสียเวลา ฉันจัดการเอง!”
ผีนายสถานีกระแทกมันลงกับพื้นอย่างแรง ก่อนฟันดาบฟันเลื่อยในมือลงทีเดียวจนหัวขาด
จากนั้นก็ยกหัวขึ้น แล้วพูดกับผีทั้งตู้
“ตามกฎรถไฟ คนที่ไม่มีตั๋วต้องจ่ายอวัยวะมาส่วนหนึ่ง ถ้าไม่ยอมส่งมาแต่โดยดี ฉันก็จะมาเอาเอง แต่ถ้าฉันลงมือเองล่ะก็ ไม่รับประกันว่าจะเอาแค่อวัยวะส่วนนั้นนะ อีกอย่าง! อย่าคิดหนีตั๋วเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นฉันรับรองว่าจุดจบของแกจะอนาถกว่ามันอีก!”
ผีใต้ที่นั่งพากันพรวดออกมา
“นายสถานีวางใจได้ พวกเราไม่ใช่ผีหนีตั๋วหรอก”
“ใช่ ๆ พวกเรารักษากฎสุด ๆ”
“นี่ซี่โครงผมครับ นายสถานีเอากลับไปต้มซุปกินได้เลย”
“นี่ลูกตาผมสองข้างครับ นายสถานีเอาไปเล่นได้เลย”
“นี่ไข่ผม…”
ผีนายสถานีแค่นเสียงอย่างดูแคลน
“พวกผีน้อยอย่างแกชอบแหกกฎกันนัก รอไปถึงเมืองใหญ่ก่อนเถอะ ได้ตายอนาถแน่ จำไว้ให้ดี แต่ละที่ก็มีกฎของตัวเอง กฎพวกนี้ไม่ได้ตั้งขึ้นโดยผี แต่เป็นกฎที่โลกสยองกำหนดไว้! กฎสำคัญยิ่งกว่าชีวิตของพวกแก!”
“รับทราบ!”
เหล่าผีตอบรับอย่างหวาดกลัว
ด้านหลังผีนายสถานีมีกลุ่มผีพ่อครัวระดับ 3 เดินตามมา
พวกมันเก็บรวบรวมอวัยวะที่ผีทั้งหลายยกให้ เพื่อนำไปทำอาหารเสิร์ฟบนรถไฟ
แล้วค่อยขายให้พวกมันกินต่ออีกที
ได้มาจากผี ก็เอาไปให้ผีกิน
กินตัวเองนี่แหละ ไม่มีอะไรผิดสักหน่อย!
