กู้เมิ่งซือไม่อยากรับสายนี้เลย แต่พอนึกถึงสถานะของเหยียนหลานในโรงพยาบาล อีกทั้งยังเป็นที่โปรดปรานของเหล่าผู้บริหาร หากวันหน้ามีเรื่องต้องพึ่งพาอีกฝ่ายขึ้นมาจะทำอย่างไร?
ดังนั้น อย่างไรก็ควรพยายามอย่าทำให้ความสัมพันธ์บาดหมางกันเกินไป
คิดได้ดังนั้น กู้เมิ่งซือจึงกดรับสาย ฝืนยิ้มออกมาแล้วพูดอย่างสุภาพเหมือนเคยว่า “หมอเหยียนคะ ฉันกำลังจะโทรหาคุณพอดีเลยค่ะ!”
“เมิ่งซือ วันนี้ไอ้เด็กแสบหลี่เฟิงไม่ได้แอบอู้งานใช่ไหม?”
เหยียนหลานที่อยู่ปลายสายมาถึงลานจอดรถใต้ดินของโรงพยาบาลแล้ว และนั่งอยู่ในรถเรียบร้อย
เธอไม่ได้รีบกลับบ้าน เพราะหลี่เฟิงยังไม่ลงมา
ไอ้เด็กแสบนี่ทำอะไรก็อืดอาดยืดยาดพอดี เธอจึงถือโอกาสตอนนี้โทรหากู้เมิ่งซือ ถามว่าทั้งสองคนมีความประทับใจแรกต่อกันอย่างไรบ้าง
“ไม่ค่ะ ถึงน้องหลี่เฟิงจะทำอะไรเงอะงะไปหมดในวันแรกที่มาทำงาน แต่ก็ดีที่ขยัน ตั้งใจเรียนรู้และลงมือทำค่ะ” น้ำเสียงของกู้เมิ่งซือเริ่มออดอ้อนขึ้นมา
น้องงั้นเหรอ?
ตลอดทั้งวันไม่เคยพูดดี ๆ กับหลี่เฟิงสักคำ ตอนนี้กลับเรียกน้องขึ้นมาเสียแล้ว?
เสแสร้งเก่งจริง ๆ
“แล้วเธอรู้สึกยังไงกับเขาล่ะ?” เหยียนหลานลองถามหยั่งเชิงอีกครั้ง
“ฉันว่าเขาก็ดีนะคะ สูงโปร่ง แถมหน้าตาหล่อเหลาอยู่ไม่น้อย แล้วยังจบจากมหาวิทยาลัยชื่อดังด้วย” กู้เมิ่งซือพูดทั้งที่ไม่ตรงกับใจ
“ถ้าอย่างนั้น ถ้าเขาจีบเธอ เธอก็จะให้โอกาสเขาสินะ?” เหยียนหลานอดดีใจไม่ได้
“ฮ่า ๆ!” กู้เมิ่งซือหลุดหัวเราะออกมา “หมอเย่ อย่าล้อฉันเล่นสิคะ เขาจะมาจีบฉันได้ยังไง!”
