ฟังดูเคร่งครัดจริงจัง แต่หนังสือเวทมนตร์ที่ใช้เพียง 10 แต้มก็แลกได้ ทำให้สิงเซี่ยรู้สึกว่ากฎข้อนี้เน้นพิธีรีตองมากกว่าผลลัพธ์จริง
นี่ต่างอะไรกับแจกให้ฟรีหรือไง?
ส่วนจะเรียนเวทมนตร์อะไรดี หลังครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง นางก็เลือกวิชาแสงวาบที่ดูปลอดภัยที่สุด
วิชาแสงวาบ เป็นเวทมนตร์ธาตุสายแสงขั้นหนึ่ง มีผลสร้างจุดแสงเล็ก ๆ ขึ้นมา โดยให้ความสว่างใกล้เคียงกับหลอดไส้หนึ่งดวง
“ก้าวแรกของการเรียนเวทมนตร์ คือสัมผัสถึงการมีอยู่ของพลังเวท ทำตามที่ข้าบอก...”
เสียงของโม่เยี่ยนชิวอ่อนโยนชวนให้ผู้ฟังเคลิบเคลิ้ม สิงเซี่ยหลับตาลง แล้วค่อย ๆ สำรวจร่างกายตามคำชี้แนะของโม่เยี่ยนชิว เพื่อค้นหาร่องรอยของพลังเวท
พลังเวทคล้ายเด็กซุกซนที่กำลังเล่นซ่อนหากับนาง จิตสำนึกของนางไล่ตามอยู่ข้างหลัง ส่วนพลังเวทก็หลบไปมาตามซอกมุมต่าง ๆ ทั่วร่าง
ทำเอาสิงเซี่ยหงุดหงิดไม่น้อย
“อย่าเพิ่งร้อนใจ ค่อย ๆ สื่อสารกับพลังเวท แล้วชักนำให้มันไหลไปตามใจเจ้า”
โชคดีที่มีโม่เยี่ยนชิวผู้แสนอ่อนโยนคอยชี้แนะอยู่ข้าง ๆ ทุกครั้งที่สิงเซี่ยเริ่มกระวนกระวาย โม่เยี่ยนชิวก็จะเอื้อมมือมากุมมือนางไว้ ความอบอุ่นจาง ๆ นั้นช่วยคลายความร้อนรนในใจของสิงเซี่ยได้เสมอ ทำให้นางสงบจิตใจลงและค้นหาร่องรอยของพลังเวทต่อไป
เมื่อเวลาผ่านไป สิงเซี่ยคล้ายมองเห็นเส้นทางสีทองอ่อนปรากฏขึ้นภายในร่าง นางค่อย ๆ ไล่ตามเส้นทางเหล่านั้น ในที่สุดก็พบพลังเวทที่ซ่อนตัวอยู่
