เชิงเขาสำนักกระบี่วิญญาณ
หญิงสาวชุดแดงผู้หนึ่งเหยียบกระบี่ฝ่าอากาศมา แววตาเต็มไปด้วยเจตนาร้าย!
นางมีรูปร่างงดงาม ใบหน้างามเย้ายวน หว่างคิ้วแฝงแววโหดเหี้ยม นั่นก็คือซูเหยา ศิษย์น้องของหลินเถิน!
“หลินเถิน สมดังคาด เจ้ายังไม่หนีไปไหน!”
“ซูเหยา พลีภพข้าถูกทำลายแล้ว เจ้ายังไม่ยอมปล่อยข้าอีกหรือ?”
“ถอนรากก็ต้องถอนโคน! ก่อนหน้านี้บิดาข้าไม่ฆ่าเจ้า เพียงแต่ขับเจ้าออกจากสำนัก ก็เพราะเจ้าเป็นโอรสศักดิ์สิทธิ์ เคยสร้างคุณูปการแก่สำนัก ไว้ชีวิตเจ้าเพื่อมิให้ผู้อื่นครหา”
“แต่ตอนนี้ ต่อให้ข้าฆ่าเจ้า ก็ไม่มีผู้ใดล่วงรู้!”
แววตาซูเหยาเย็นเยียบ อาบไปด้วยเจตนาสังหารอันโหดเหี้ยม นางรู้สึกมาตลอดว่าการไว้ชีวิตหลินเถินคือภัยร้าย สู้กำจัดให้สิ้นซากเสียยังจะดีกว่า!
“ซูเหยา ข้าเคยเห็นเจ้าเป็นน้องสาว แต่เจ้ากลับมีใจอำมหิตเพียงนี้!”
“พี่เถินของข้า เจ้าอย่าโทษข้าเลย ใครใช้ให้เจ้าได้รับบาดเจ็บสาหัส แล้วพลีภพของเจ้าก็ช่างยั่วยวนใจถึงเพียงนั้น?”
ซูเหยาหัวเราะเย็น อัญเชิญพลีภพจิ้งจอกมารห้าดาว ภาพมายาจิ้งจอกมารสีชมพูตนหนึ่งลอยวนเหนือศีรษะนาง มีหางจิ้งจอกสีชมพูอ่อนห้าหาง
ชั่วพริบตา ดวงตาคู่ของซูเหยาเปล่งประกายแสงสีแดงฉาน นั่นคือพรสวรรค์พลีภพของนาง วิชายั่วยวน! สามารถกระทบจิตวิญญาณ ทำให้ผู้คนติดอยู่ในห้วงมายา!
หลินเถินร่างอ่อนแออยู่แล้ว ถูกอิทธิพลของซูเหยากระทบ รู้สึกจิตใจล่องลอยชั่วขณะ
ซูเหยาจวนจะลงมือ ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงฝ่าอากาศดังมาจากด้านหลัง มีผู้มาเยือนอีกแล้ว!
สตรีผู้งดงามเป็นเลิศผู้หนึ่ง เหยียบดอกบัวสีน้ำเงินดอกหนึ่งเหินบินมา นางสวมชุดกระโปรงยาวสีน้ำเงิน รูปร่างอิ่มเอิบ นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้ม กลิ่นอายโดดเด่น ราวกับดอกบัวหิมะที่บานสะพรั่งอย่างเงียบงัน!
“เหยียนหราน เจ้านั่นเอง!”
หลินเถินรู้สึกตัวตื่นขึ้นอย่างรวดเร็ว ในใจเปี่ยมสุข คาดไม่ถึงว่าหลิ่วเหยียนหรานคู่หมั้นของเขาจะมา
ซูเหยาสีหน้าหมองคล้ำ ไม่สนใจสิ่งใดอีกแล้ว ฝ่ามือเดียวก็ซัดออกไป
“เจ้ากล้าดี!”
แววตาหลิ่วเหยียนหรานวาบประกายเย็นเยียบ อัญเชิญพลีภพหงส์น้ำแข็ง ทันใดนั้น เสียงหงส์ร้องก้องสะท้อน เข็มน้ำแข็งเย็นเฉียบสายหนึ่งเร่งฝ่าอากาศสังหารมา
ซูเหยาร่ายพลังวิญญาณทั่วร่าง พยายามต้านทาน แต่ว่าเข็มน้ำแข็งนั่นรุนแรงเกินไป ในชั่วพริบตาก็ทลายพลังวิญญาณปกปักร่างของนาง ซัดนางกระเด็นออกไป!
หลิ่วเหยียนหรานเหยียบดอกบัว ร่วงลงจากฟ้า มาอยู่ข้างกายหลินเถิน สีหน้าเร่งร้อน อกอวบกระเพื่อมขึ้นลงไม่สม่ำเสมอ สีหน้าค่อนข้างซีด เห็นได้ชัดว่าเป็นผลจากการเดินทางระยะไกล
“พี่เถิน เจ้ายังดีอยู่หรือไม่?”
“ข้าไม่เป็นไร”
หลินเถินมิได้เป็นอันใดมาก หากหลิ่วเหยียนหรานไม่มา เมื่อครู่นี้เขาจำต้องเปิดเผยไพ่ตาย อัญเชิญพลีภพมังกรเทวะสูงสุดเข้าต่อสู้ ซึ่งด้วยสภาพร่างกายของเขา ผลแพ้ชนะยากจะคาดเดา
“หลิ่วเหยียนหราน เจ้ากล้าทำร้ายข้า!”
ซูเหยาตวาดอย่างเกรี้ยวกราด ดวงตาเต็มไปด้วยไฟแค้น พึ่งยืนหยัดมั่น เตรียมโต้กลับ ทันใดนั้นก็พร่าเบื้องหน้า
“เพี๊ยะ!”
หลิ่วเหยียนหรานตบหน้านางฉาดหนึ่ง พัดพาไอเย็นเยือกเย็น ตบจนครึ่งหน้าของนางบวมตุ่ย ใบหน้าปกคลุมด้วยน้ำค้างแข็ง สั่นสะท้านทั่วร่าง
หลิ่วเหยียนหรานคือนักบุญหญิงแห่งสำนักอู่จี๋ อัจฉริยะชั้นแนวหน้าของชิงโจว ครอบครองพลีภพหงส์น้ำแข็งขั้นสูงสุดระดับห้าดาว พลังต่อสู้แข็งแกร่งยิ่ง
พลีภพจิ้งจอกมารของซูเหยาแม้จะเป็นห้าดาวเช่นกัน แต่วิถีหลักก็คือการยั่วยวน พลังต่อสู้จริงย่อมไม่เทียบเท่าพลีภพหงส์น้ำแข็งของหลิ่วเหยียนหราน
“พี่เถินคือคู่หมั้นของข้า เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาแตะต้องเขา?” แววตางดงามของหลิ่วเหยียนหรานเต็มไปด้วยแววเย็นเยียบ กลิ่นอายน่าเกรงขาม
“หลิ่วเหยียนหราน หลินเถิน! พวกเจ้ารอข้าก่อนเถิด!”
แววตาซูเหยาเต็มไปด้วยความอาฆาตพยาบาท ลูบครึ่งหน้าที่บวม หลบหนีอย่างอับอายขายหน้า
หลิ่วเหยียนหรานมองดูอย่างเย็นชา มิได้ไล่ตาม ที่นี่คือเขตแดนสำนักกระบี่วิญญาณ ไม่อาจอยู่นาน
“เหยียนหราน เหตุใดเจ้าจึงมาสำนักกระบี่วิญญาณ?”
“ได้ยินว่าเจ้าประสบเรื่องข้าจึงรีบตามหาเจ้าทันที ประหลาดนัก ก่อนหน้านี้ตอนข้าผ่านที่นี่ มิเห็นเจ้า”
“ข้า...”
หลินเถินพึ่งจะเอื้อนเอ่ย ก็พร่าเบื้องหน้า ความรู้สึกวิงเวียนอย่างรุนแรงถาโถม!
ความรู้สึกที่แก่นไตถูกสูบจนว่างเปล่า ช่างทุกข์ทรมานเหลือเกิน! เขาอ่อนแอยิ่ง ในยามที่หลิ่วเหยียนหรานอยู่ข้างกาย พอเขาปล่อยใจให้ผ่อนคลายลง ก็ทานทนไม่ไหว ศีรษะห้อยตกลง สลบอยู่ในอ้อมอกอ่อนนุ่มของหลิ่วเหยียนหราน
หลิ่วเหยียนหรานรีบประคองหลินเถิน สถานที่อ่อนนุ่มตรงหน้าอกส่งผ่านสัมผัสแปลกประหลาดมา นางหน้าเรื่อแดง ยกบุปผาดอกหนึ่งขึ้นมา ลอยขึ้นสู่อากาศ พาหลินเถินจากไป
บุปผาดอกนี้คือของวิเศษประจำกายประเภทบินได้ของนาง รวดเร็วนัก
......
หลายชั่วยามต่อมา
หลิ่วเหยียนหรานพาหลินเถินมาถึงสำนักอู่จี๋ มุ่งตรงสู่วังนักบุญหญิง จัดการให้หลินเถินนอนบนเตียง
ไม่นานนัก หลินเถินก็ตื่นขึ้น ข้างหมอนส่งกลิ่นหอมกรุ่น มีกลิ่นหอมหวานของสตรี คล้ายกลิ่นน้ำนม สิ่งที่สะท้อนเข้าตาคือม่านเตียงปักดอกไม้สีแดง และใบหน้างามล้ำเลิศ
“ข้าอยู่ที่ไหนนี่?” หลินเถินค่อนข้างงุนงง
“พี่เถิน ไม่ต้องกังวลดอก เจ้าอยู่ในวังของข้า ไม่มีผู้ใดทำร้ายเจ้า”
หลิ่วเหยียนหรานเอ่ยวาจาแผ่วเบา สีหน้าอ่อนโยน
หลินเถินขมวดตาแน่น รู้สึกว่านอกจากอ่อนแออยู่บ้าง ร่างกายก็มิได้เป็นอันใดมาก หลิ่วเหยียนหรานเพียงนำเขากลับมาพักผ่อน มิได้กระทำสิ่งใดต่อเขา
ต่อหลิ่วเหยียนหราน หลินเถินยังคงไว้วางใจ
หนึ่งปีก่อน ชิงโจวจัดการประชุมยุทธ์ หลินเถินและหลิ่วเหยียนหรานได้ประลองยุทธ์กัน ทั้งคู่มีกำลังสูสี ต่างชื่นชมในกันและกัน
ต่อมาทั้งสองก็สานสัมพันธ์ต่อ นัดพบปะกันบ่อยครั้ง ล้วนมีความรู้สึกที่ดีต่อกัน จนหมั้นหมายกันด้วยวาจา
“พี่เถิน พลีภพของเจ้าถูกทำลาย แต่มิแน่ว่าจะไร้ความหวังทวงคืน เจ้าเชี่ยวชาญวิถีกระบี่ วิถีกระบี่ก็เป็นหนทางหนึ่ง”
“พักในสำนักอู่จี๋ก่อนเถิด ข้าจะจัดการให้เจ้าเป็นศิษย์น่าจงชั้นใน”
หลิ่วเหยียนหรานค่อยๆ เอ่ยปาก แววตางดงามมีความคาดหวัง นางหาได้ล่วงรู้ไม่ว่า หลินเถินได้ปลุกพลีภพขึ้นใหม่แล้ว
“ซูโม่บอกว่าข้าล่วงเกินซูเหยา ดังนั้นจึงทำลายพลีภพข้า ขับข้าออกจากสำนัก เจ้าไม่สนใจหรือ? เหตุใดยังช่วยข้าอีกเล่า?” หลินเถินยิ้มขมขื่น
“ข้าเชื่อมั่นในตัวตนของพี่เถิน ไม่มีทางกระทำเรื่องต่ำช้าเช่นนั้นเป็นอันขาด”
น้ำเสียงของหลิ่วเหยียนหรานหนักแน่น นางไม่เชื่อหรอกว่าที่ซูเหยาไล่ล่าสังหารหลินเถิน เป็นเพราะถูกล่วงเกิน
“ขอบใจ”
“เจ้ากับข้าหมั้นหมายกันแล้ว ไม่จำต้องเกรงใจ”
สีหน้าหลิ่วเหยียนหรานแดงเรื่อ แววตาอ่อนโยนยิ่ง ก่อนหน้านี้นางไปบำเพ็ญเพียรในแดนลี้ลับไท่ชาง ถูกอสูรร้ายน่าสะพรึงกลัวกักขังไว้ ไร้ผู้ช่วยเหลือ ไม่มีศิษย์สำนักเดียวกันกล้ายื่นมือช่วย มีเพียงหลินเถินผู้ไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของตนเข้าช่วยเหลือนางออกมา และด้วยเหตุนั้นจึงได้รับบาดเจ็บ
“พลีภพข้าถูกทำลาย เจ้ายังยินดีแต่งงานกับข้าหรือ? มิควรถอนหมั้นดอกหรือ?”
“เรื่องการสมรสมองเป็นเรื่องเล่นมิได้ ในเมื่อได้กำหนดไว้แล้ว ก็ไม่มีเหตุผลจะถอนหมั้น ต่อให้พี่เถินไร้พลีภพ ในใจข้าก็ยังไร้ผู้เทียบเทียม”
หลินเถินนิ่งเงียบไม่กล่าววาจา คิดถึงตอนอยู่ในหอหลิงหลง เขาถูกหลิงหลงหนี่ว์ตี้โหมซ้ำอย่างบ้าคลั่ง หากหลิ่วเหยียนหรานล่วงรู้...
“พี่เถิน ช่วงนี้ข้าบำเพ็ญเพียรเกิดความเข้าใจ จำเป็นต้องปิดด่านฝึกตนสักพัก รอสักครู่ ข้าจะให้เสวี่ยเอ๋อสาวใช้ส่งเจ้าไปน่าจงชั้นใน”
“หากมีเรื่องใด เจ้าสามารถใช้กระดิ่งสื่อใจติดต่อข้าได้” หลิ่วเหยียนหรานกล่าวเบาๆ
“ได้”
หลินเถินหยิบกระดิ่งสีแดงอันหนึ่งออกมา บนกระดิ่งผูกเชือกสีแดงไว้เส้นหนึ่ง งดงามประณีตยิ่ง
นี่คือของสื่อรักที่หลิ่วเหยียนหรานมอบให้เขาในวันหมั้นหมาย มีฟังก์ชันส่งเสียงระยะไกล สะดวกต่อการติดต่อระหว่างทั้งคู่
“ถ้าเช่นนั้นข้าไปปิดด่านก่อน รอข้าออกมาแล้วจะมาเล่าเรื่องเก่าๆ กับเจ้า”
“เสวี่ยเอ๋อ เจ้าพาคุณชายไปน่าจงชั้นใน ดูแลเขาให้ดี”
หลิ่วเหยียนหรานหมุนตัวจากไป สีหน้านางค่อนข้างซีด ฝีเท้าล่องลอยไร้เรี่ยวแรง
“เจ้าค่ะ คุณหนู”
หญิงสาวชุดเขียวผู้หนึ่งเดินเข้ามา ค้อมคำนับรับคำสั่ง