“หลินเถิน เจ้าลองพิจารณาดู ว่าอยากร่วมเป็นคู่บำเพ็ญกับข้าหรือไม่!”
สตรีงามล่มเมืองผู้หนึ่ง นั่งอยู่ริมธาร
ห่างออกไป ภูเขาเขียวขจีงดงาม สายน้ำไหลรินเสียงกังวานใส รอบด้านมีหมอกสีเทาลอยแผ่พร่า ทัศนียภาพเลือนรางดุจภาพฝัน
นางมีนามว่าหลิงหลงหนี่ว์ตี้ งามล้ำดุจภาพวาด ผิวดุจไขมันแก้ว ศีรษะสวมมงกุฎหงส์ ร่างคลุมอาภรณ์หงส์ทอง ร่างงามหอมกรุ่นอ่อน ๆ บั้นเอวคาดเข็มขัดหยก เอวบางกิ่วดุจจะไขว่คว้าได้ในอุ้งมือ เรียวขาขาวเนียนพลิ้วไหวต่อหน้าต่อตาหลินเถิน ปลายเท้าแช่ในธารน้ำ ส่องประกายวาววับ
“ไม่ต้องพิจารณาแล้ว ข้าปฏิเสธ!”
หลินเถิน วัยสิบสี่ ชายหนุ่มเลือดร้อน แม้เผชิญหน้ากับเสน่ห์ของหนี่ว์ตี้ผู้งามล้ำ ก็ยากจะไม่หวั่นไหว
แต่หนี่ว์ตี้กล่าววาจาไพเราะชวนเป็นคู่บำเพ็ญ แท้จริงแล้วคือนางหมายใช้เขาเป็นเตาหลอม
ทั้งสองเพิ่งรู้จักกันไม่นาน จะมีใจผูกพันอันใด
หลินเถินหวาดกลัวถูกหนี่ว์ตี้สูบกลืนพลังจนเหี่ยวแห้ง ตายอย่างอนาถ อีกทั้งเขายังมีคู่หมั้นอยู่แล้ว จึงตัดสินใจปฏิเสธโดยพลัน!
“ดีนัก!”
หลิงหลงหนี่ว์ตี้เอ่ยจบ พลันยื่นมือจับหลินเถินกดลงบนกาย
“เจ้าทำอะไร…”
หลินเถินดิ้นรนอย่างรุนแรง แต่ไร้ซึ่งหนทาง เห็นแต่เพียงดวงตาหลิงหลงหนี่ว์ตี้กระทำตามอำเภอใจ
……
ผ่านไปสามชั่วยาม
สภาพป่วนปั่น ริมธาร อาภรณ์หงส์ เข็มขัดหยก สนับขา อาภรณ์สตรีและเครื่องประดับมากมายร่วงกราว พิศวาสสะบัดสะบิ้ง
หลินเถินฟื้นคืนสติ เพิ่งลืมตา ก็เห็นใบหน้างามละเอียดลออผู้หนึ่ง
หลิงหลงหนี่ว์ตี้ยืนสง่าเหนือกาย ใบหน้าแดงระเรื่อเล็กน้อย ดวงตางามดุจสายน้ำ ร่างทั้งร่างเปล่งกลิ่นอายทรงพลัง
เมื่อครู่นี้ หลังแลกเปลี่ยนกันครั้งหนึ่ง หลิงหลงหนี่ว์ตี้กลับแข็งแกร่งขึ้นอีก!
นางเป็นผู้แข็งแกร่งระดับจักรพรรดิ พลังนั้นสุดแข็งแกร่ง ครั้งหนึ่งเคยอาศัยลำพังตน ต้านรับกองทัพใหญ่หมื่นล้านแห่งเผ่ามารนอกอาณาเขต สังหารจวินจู่มารไร้เทียมทานเก้าตน งามสะคราญไร้เทียม
แต่ศึกครั้งนั้น หลิงหลงหนี่ว์ตี้ก็บาดเจ็บสาหัส ร่างกายแทรกซึมด้วยพิษมารมืด ไร้ทางเยียวยา หากยืดเยื้อต่อไป อาจสิ้นชีพ
นางซ่อนกายอยู่ในหอหลิงหลง ข้ามผ่านภพภูมิทั้งหลาย เสาะหาผู้มีร่างกายหยางสุดยอด เพื่อช่วยรักษาอาการบาดเจ็บและต่อชะตา
ยามใกล้สิ้นชีพ นางพบหลินเถิน ค้นพบว่าหลินเถินคือร่างมังกรเทวะ ซึ่งแข็งแกร่งและหยางถึงขีดสุด สามารถช่วยนางสลายพิษมารมืด ฟื้นพลังคืน และอาจทะลวงขีดจำกัดเดิม ไปไกลกว่าจุดสูงสุดที่เคยเป็น!
แม้เป็นคราพบพบหน้า แต่ด้วยสถานการณ์เร่งด่วน หลิงหลงหนี่ว์ตี้ยังไม่อาจคำนึงถึงสิ่งใดมากความ อีกทั้งความประทับใจแรกที่นางมีต่อหลินเถินก็หาได้เลวร้าย
ฉะนั้นนางจึงรอคอยมิไหว คว้าหลินเถินเข้ามาในหอหลิงหลง สูบรับปราณหยางของเขา
บัดนี้ หลิงหลงหนี่ว์ตี้สวมอาภรณ์หงส์ เท้าเปล่าเปลือย ฝ่าเท้าเหยียบมวลดอกบัวลอยขึ้น ลอยละลิ่วกลางนภา ร่างทั้งร่างพันพัวด้วยไอม่วง ดุจเซียนกรรณิการ์แห่งเก้าสวรรค์ เยือกเย็น สง่างาม
“เด็กน้อย ตอนนี้เจ้ามีทางเลือกสองทาง หนึ่ง จงอยู่เคียงข้างข้า สอง…”
“ข้าเลือกทางที่สอง!”
หลิงหลงหนี่ว์ตี้ยังเอ่ยไม่ทันจบ หลินเถินก็รีบขัดจังหวะ
“เลือกทางที่สอง เจ้าจักต้องทำสามสิ่งให้สำเร็จ”
“สามสิ่งใด?”
“สิ่งแรก ในสองปีครึ่ง จงเป็นหนึ่งในสิบยอดอัจฉริยะแห่งทะเลทรายเหนือ ปราบปรามอัจฉริยะรุ่นราวคราวเดียวกันทั่วทะเลทรายเหนือ!”
“ในเมื่อเจ้าเป็นบุรุษของจักรพรรดินีผู้นี้แล้ว ก็มิอาจเป็นผู้ไร้ความสามารถ หากสำเร็จไม่ได้ ก็จงถูกทำลายเสียเถิด”
หลังหลิงหลงหนี่ว์ตี้ดูดซับปราณหยางของหลินเถินแล้ว พิษมารมืดในกายนั้นถูกระงับไว้เพียงชั่วคราว หาได้สลายไปในทันที ยังต้องใช้เวลาอีกสักระยะในการรักษา ประเมินแล้วสองปีครึ่งน่าจะเพียงพอ
หลินเถินยิ้มขื่น: “ผู้อาวุโสหลิงหลง ท่านเรียกร้องสิ่งที่ยากเกินไป ท่านก็รู้ว่าตอนนี้ข้าพลีภพถูกทำลายไปแล้ว ในชิงโจวยังยากจะหาผู้ใดคู่ควร นับประสาอะไรกับเขตทะเลทรายเหนือ”
หลินเถินเคยมีพลีภพอสูรสยบฟ้าห้าดาว พรสวรรค์ทางยุทธ์นั้นสุดน่าตะลึง และยังฝึกฝนวิถีกระบี่คู่ขนาน เป็นถึงบุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักกระบี่วิญญาณ ในชิงโจวรุ่นเยาว์หาผู้ใดต้านได้ยาก
เมื่อหลายวันก่อน แดนลี้ลับไท่ชางแห่งชิงโจวเปิดขึ้น หลินเถินไปยังแดนลี้ลับเพื่อฝึกฝน แต่กลับพบเจอกับสิ่งที่ดำรงอยู่น่าสะพรึง โชคร้ายบาดเจ็บสาหัส
หลังจากกลับมายังสำนักกระบี่วิญญาณ ซูเหยา ศิษย์น้องแห่งสำนัก หมายใช้ข้ออ้างช่วยรักษาให้หลินเถิน แต่กลับฉวยโอกาสเล่นงานซ้ำเติม ให้หลินเถินบาดเจ็บสาหัสยิ่งกว่า สูญสิ้นเรี่ยวแรงต่อต้าน!
อาจารย์ของหลินเถิน เจ้าสำนักกระบี่วิญญาณ ผู้เป็นบิดาของซูเหยา นามซูโม่ กลับไม่ยึดถือความยุติธรรม ซ้ำยังลงมือดึงพลีภพอสูรสยบฟ้าของหลินเถินออกมา แล้วหลอมรวมเข้ากับร่างของซูเหยาด้วยตนเอง
ซูเหยาเองมีพลีภพจิ้งจอกอสูรห้าดาว หลังกลืนกินพลีภพอสูรสยบฟ้าของหลินเถินเข้าไป มีความเป็นไปได้สูงที่จะเลื่อนขั้นเป็นหกดาว ทะยานขึ้นสู่ความยิ่งใหญ่ในคราเดียว
หลินเถินและซูเหยามีสัมพันธ์อันดีต่อกัน เขาถือว่านางเป็นเสมือนน้องสาวมาโดยตลอด กลับคาดไม่ถึงว่าซูเหยาจะมีจิตใจอำมหิตงูพิษ ใช้เล่ห์เพทุบายร้ายกาจ!
เมื่อพลีภพถูกพรากไป หลินเถินก็รากฐานพังพินาศ ขอบเขตตกต่ำ กลายเป็นคนไร้ค่า
ซูโม่ยังใส่ร้ายป้ายสีหลินเถินว่าข่มขืนกระทำชำเราซูเหยา ด้วยข้ออ้างนี้ ยังขับไล่เขาออกจากสำนัก!
ต่อมา เมื่อหลินเถินกำลังเดินอยู่ที่ตีนเขาสำนักกระบี่วิญญาณ ก็มีหอคอยน้อยหลังหนึ่งพุ่งข้ามเวหามา นั่นคือหอหลิงหลงที่หนี่ว์ตี้ขับเคลื่อน คว้าตัวเขาเข้าไปในหอ
“พลีภพอสูรสยบฟ้าอันกระจ้อยร่อยนั่น จะถูกทำลายไปแล้วจะเป็นไรไป?”
หลิงหลงหนี่ว์ตี้ทอดสายตามองลงมายังหลินเถินเบื้องล่าง ท่วงท่าสูงส่งเยือกเย็น
ยากนักจะจินตนาการ ว่าสตรีเยือกเย็นหยิ่งทะนงดุจเซียนนางฟ้า จะมีด้านที่ปลดปล่อยสวาทวาบหวามเช่นนี้
“นี่มัน…”
หลินเถินอยากร้องไห้แต่ไร้น้ำตา เขาเป็นเพียงผู้ไร้ค่า กลับต้องทนทุกข์ถูกกระทำถึงเพียงนี้!
“ที่แท้เจ้ามีกายเนื้อมังกรเทวะ พลีภพอสูรสยบฟ้าเป็นเพียงภาพลักษณ์ภายนอกเท่านั้น พลีภพที่แท้จริงของเจ้ายังไม่ถูกปลุกขึ้นมา”
“จักรพรรดินีผู้นี้สามารถประทานเลือดมังกรหยดหนึ่งแก่เจ้า ช่วยกระตุ้นศักยภาพแห่งร่างมังกรเทวะ ปลุกพลีภพที่เป็นของเจ้าอย่างแท้จริง!”
หลิงหลงหนี่ว์ตี้โบกมือหยก พริบตานั้น โลหิตสีทองหยดหนึ่งก็พุ่งข้ามเวหามา ลอยละลิ่วอยู่ตรงหน้าหลินเถิน สาดแสงทองสกาวไปทั่วทิศา เปล่งกดดันมังกรอันน่าสะพรึงออกมา!
โลหิตมังกรทองคำ สมบัติล้ำค่าระดับสูงสุด!
“การดูดซับเลือดมังกรนั้น อาจต้องตาย จะดูดซับหรือไม่ เจ้าจงเลือกเอาเอง” หลิงหลงหนี่ว์ตี้มีสีหน้าเรียบเฉย
“ข้าดูดซับ!” หลินเถินไม่ลังเลแม้น้อย
หลิงหลงหนี่ว์ตี้ชี้หนึ่งนิ้วออกไป ในชั่วพริบตา โลหิตมังกรก็แทรกซึมเข้าสู่หว่างคิ้วของหลินเถิน
หลินเถินร่างสั่นสะท้าน รู้สึกถึงสายเลือดร้อนระอุพลุ่งพล่านในกาย ร่างทั้งร่างร้อนรุ่ม เลือดลมปั่นป่วน!
กายของเขาแทบจะปริแตก ทุกข์ทรมานสุดประมาณ
ทว่า หลินเถินยังคงมีปณิธานแน่วแน่ ไม่มีวันล้มเลิก
เนิ่นไป ความรู้สึกทรมานพลันเลือนหาย หลินเถินหลอมรวมโลหิตมังกรทองคำได้ภายในชั่วเวลาไม่นาน เลือดลมในกายพุ่งทะยาน สบายกายยิ่งนัก!
“โฮก!”
เงามังกรโลหิตสายหนึ่ง พุ่งออกจากร่างของหลินเถิน เปล่งกดดันพลีภพอันน่าสะพรึงออกมา!
พลีภพใหม่ ถูกปลุกขึ้นแล้ว!
ความแข็งแกร่งทางกายภาพของหลินเถินเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวในพริบตา ร่างทั้งร่างเต็มไปด้วยพละกำลัง ดุจล้างไขกระดูกเปลี่ยนกายใหม่!
ขอบเขตของหลินเถินนั้นทะลวงทะลวงต่อเนื่อง ฟื้นคืนสู่ขั้นรวบรวมปราณหก!
บนโลกนี้ ผู้คนล้วนฝึกฝนวิถีนักรบ ขอบเขตมีดังนี้ หลอมกาย, รวบรวมปราณ, ลายปราณ, ทะเลปราณ, สร้างแปลง, กงล้อชะตา, ราชันยุทธ์, จักรพรรดิยุทธ์ เป็นต้น
พลีภพเป็นรากฐานแห่งวิถีนักรบ ระดับแบ่งจากหนึ่งถึงเก้าดาว หลินเถินรู้สึกว่า พลีภพที่เพิ่งถูกปลุกขึ้นมานี้แข็งแกร่งยิ่งนัก เกินกว่าพลีภพอสูรสยบฟ้าแต่ก่อนของเขามากนัก!
“ผู้อาวุโสหลิงหลง นี่คือพลีภพอะไร? ระดับใด?”
“เจ้าเป็นร่างมังกรเทวะ สิ่งที่ถูกปลุกขึ้นมานั้นโดยธรรมชาติคือพลีภพมังกรเทวะสูงสุด พลีภพระดับสูงสุดแห่งเอกภพนี้!”
“ร่างของเจ้ายังอ่อนแอนัก ตอนนี้พลีภพเป็นเพียงการถูกปลุกขั้นต้น ภายหลังหากกลืนกินเลือดมังกรอีก ก็จะทำให้พลีภพแข็งแกร่งขึ้นได้เรื่อย ๆ”
จิตใจของหลินเถินสับสนยิ่งนัก เดิมไม่รู้ว่าตนมีร่างมังกรเทวะ
เช่นนั้นแล้ว หลินเถินจะต้องขอบคุณหลิงหลงหนี่ว์ตี้ ที่ช่วยกระตุ้นร่างกายให้ตื่นขึ้น ปลุกพลีภพหรือไม่?
แต่เขากำลังจะถูกสูบกลืนจนเหือดแห้งอยู่แล้วนะ!
“ออกไปเถิด อีกสองปีครึ่ง จักรพรรดินีผู้นี้จะมาหาเจ้าอีกครั้ง”
“ผู้อาวุโส เช่นนั้นสองสิ่งที่เหลือเล่า?”
“ไว้กล่าวภายหลัง”
หลิงหลงหนี่ว์ตี้มีสีหน้าเยือกเย็นหยิ่งทะนง เปรียบกับตอนบำเพ็ญคู่ที่ร้อนแรงเปิดเผย ราวกับเป็นคนละคน
หลินเถินไม่ใส่ใจนัก อย่างน้อยตอนนี้เขาก็ออกไปได้แล้ว!
เมื่อปลุกพลีภพมังกรเทวะสูงสุดแล้ว หนทางวรยุทธ์ก็มีหวัง ภายหน้าจะต้องให้ซูเหยาและซูโม่ชดใช้หนี้เลือดด้วยเลือด!
หลิงหลงหนี่ว์ตี้ดีดนิ้วชี้หนึ่งครั้ง หลินเถินรู้สึกราวกับฟ้าดินหมุนวน ถูกส่งออกมาจากหอหลิงหลง มาปรากฏอยู่ในป่าภูเขาแห่งหนึ่ง
ที่นี่อยู่ไม่ไกลจากสำนักกระบี่วิญญาณนัก ตรงตีนเขา
“หัวหมุนนัก!”
หลินเถินเห็นดาวพร่างพราย เอวเจ็บปวดรุนแรง ความเหนือยล้าอย่างรุนแรงถาโถมเข้ามา
การบำเพ็ญคู่กับหลิงหลงหนี่ว์ตี้ ช่างสูญเสียพละกำลังยิ่งนัก
แม้หลินเถินจะปลุกพลีภพใหม่ หล่อหลอมรากฐานใหม่ ฟื้นฟูพลังกลับมาได้ส่วนหนึ่ง แต่ถึงอย่างไรก็สูญเสียปราณหยางไป
เดินไปครู่หนึ่ง หลินเถินได้ยินเสียงทำลายอากาศดังมาจากด้านหลัง พลันใจสะดุ้งวาบ