เพื่อนร่วมโต๊ะหญิงหัวเราะ “ฟังแค่คำพูดเธอก็รู้แล้วว่าโกหก สมัยนี้ยังมีใครพาคุณยายข้ามถนนอีกล่ะ”
“มีสิ แค่เธอไม่เคยเจอเท่านั้นเอง” หนานชิงโกหกหน้าตาย
เธอกำลังจัดหนังสืออยู่ พลางสังเกตเห็นอันโม่ฉือเดินผ่านมาพอดี
ระยะห่างแค่นี้ อันโม่ฉือต้องได้ยินเธอพูดแน่ แต่เขากลับไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ แม้แต่แววตาก็ไม่ไหวติง
อันโม่ฉือสวมชุดนักเรียนธรรมดา เขาผอมและสูง ใบหน้าไม่ได้หล่อเหลาราวกับหนุ่มรูปงาม แต่ก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่ สิ่งที่โดดเด่นที่สุดบนตัวเขาคือบรรยากาศหม่นหมอง และแววตาเย็นชา
ความรู้สึกเหมือนถูกงูพิษจับจ้อง เมื่อถูกดวงตาเย็นเยียบของเขามองเข้า
ตัวละครชายรองที่มีนิสัยแบบนี้ ดึงดูดความสนใจคนอื่นได้ยากจริง ๆ
แผนของหนานชิงคือพูดให้มากหน่อย วิธีรับมือเขามีแค่พูดไม่หยุด แล้วเข้าใกล้เขาอย่างบ้าคลั่ง ที่สำคัญต้องพยายามให้มากกว่านางเอกของโลกนี้
พูดถึงนางเอกของโลกนี้แล้วล่ะ?
หนานชิงกวาดตามองไปรอบ ๆ แต่ไม่เห็นสาวหน้าตาดีที่มีนิสัยเปิดเผยสักคน
จนกระทั่งทุกคนส่งการบ้านกันเสร็จ จู่ ๆ ก็มีเด็กสาวร่างสูงหน้าตาสะสวยในชุดนักเรียนเดินเข้าห้องมา
พอเข้ามา เด็กสาวก็หอบหายใจเฮือกใหญ่ “เหนื่อยจะตายแล้ว ยังดีที่ยังไม่ถึงเวลาเชิญธงขึ้นเสา”
หัวหน้าห้องชายถือสมุดไว้ในมือแล้วยกขึ้นสูง “เฉิงเชี่ยน เธอมาสายแล้ว”
เอ้อร์เอ้อร์พูดขึ้นพร้อมกัน “เฉิงเชี่ยน นางเอกของโลกนี้”
เฉิงเชี่ยนเงยหน้าทำหน้าเศร้าสร้อย ร้องเสียงดัง “อย่านะ หัวหน้าห้อง ขอร้องล่ะ ปล่อยฉันไปสักครั้งได้ไหม ฉันมาสายแค่ไม่กี่นาทีเอง ครูประจำชั้นก็ยังไม่มา ไม่รู้หรอก อย่าจดชื่อฉันเลยนะ”
