ชายชราพาฉินเทียนเลี้ยวลดคดเคี้ยวไปตามตรอกเล็กซอยน้อยราวเขาวงกต ก่อนจะหยุดหน้าบ้านดินหลังหนึ่งที่เตี้ยและทรุดโทรม แทบถูกบ้านข้าง ๆ เบียดจนพังถล่ม
ชายชราเคาะบานประตูเป็นจังหวะ
ประตูแง้มออก เผยให้เห็นหญิงวัยกลางคนใบหน้าเหลืองซีด ดวงตาวูบไหว
ชายชรากระซิบกับนางสองสามคำ หญิงคนนั้นเหลือบมองฉินเทียน แล้วเบี่ยงตัวเปิดทางให้พวกเขาเข้าไป
ข้างในมืดยิ่งกว่าด้านนอก มีเพียงแสงริบหรี่จากตะเกียงน้ำมันก๊าดดวงหนึ่ง
ตรงมุมห้องมีกองข้าวของจิปาถะ อากาศอบอวลด้วยกลิ่นอับชื้นเก่าเก็บ และ...กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของข้าวกับแป้ง...
หญิงคนนั้นลากถุงผ้าหยาบใบใหญ่สองใบที่พองตุงออกมาจากหลังกองกระสอบป่านเก่า
เมื่อแก้เชือกที่มัดปากถุงออก ก็เผยให้เห็นข้าวสารขาวจั๊วะกับแป้งขาวที่ออกเหลืองเล็กน้อย แต่เม็ดละเอียดเต็มเนื้อ
“ข้าวสารตงเป่ยอย่างดี แป้งขาวขัดละเอียดสองรอบ” น้ำเสียงของหญิงคนนั้นแหบแห้ง “ราคาตลาดมืด ข้าวสารจินละ 1.2 หยวน แป้งขาวจินละ 1.1 หยวน ไม่ต้องใช้คูปอง อย่างน้อยต้องซื้ออย่างละ 10 จิน”
ราคานี้แพงกว่าซื้อของด้วยคูปองจากสหกรณ์หลายเท่าตัว อย่างน้อยก็สี่ถึงห้าเท่า
แต่ฉินเทียนรู้ดี ในยุคนี้ แค่หาซื้ออาหารละเอียดคุณภาพดีแบบนี้ได้โดยไม่ต้องใช้คูปองก็นับว่าโชคดีแล้ว
เขาไม่ลังเล
“ข้าวสาร 50 จิน แป้งขาว 50 จิน”
หญิงคนนั้นกับชายชราต่างชะงักไปอย่างเห็นได้ชัด ไม่คิดว่าหนุ่มน้อยรูปร่างผอมบางที่ดูอายุยังน้อยจะพูดจาเอาเรื่องขนาดนี้
“จ่ายเงินสด” ฉินเทียนเสริม พลางสอดมือเข้าไปในอกเสื้อ
ท้ายที่สุด อาหารละเอียดหนึ่งร้อยจินทำให้เขาต้องจ่ายเงินไป 115 หยวน เกือบครึ่งหนึ่งของเงินที่ได้จากการขายเนื้อหมูป่าในคืนนี้
แต่ฉินเทียนคิดว่าคุ้ม
มิติมีคุณสมบัติรักษาความสด อาหารละเอียดเก็บได้นาน นี่คือเสบียงสำรองสำคัญและเป็นรากฐานของชีวิตที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง
เมื่อเห็นถุงข้าวสารสองใบหนักอึ้งหายวับเข้าไปในห่อผ้าธรรมดาของฉินเทียน แววตาของหญิงคนนั้นกับชายชราก็ซับซ้อนขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่มีใครซักถาม
บนเส้นทางนี้ ยิ่งรู้น้อยก็ยิ่งมีชีวิตยืนยาว
“ท่านลุง ที่นี่นอกจากอาหารแล้ว มีเมล็ดพันธุ์พืชไหม? เมล็ดผักด้วยก็ดี...” ฉินเทียนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็อดถามไม่ได้
