จงเย่าเหยามองบรรดาสาว ๆ คนอื่นที่นั่งอยู่บนโซฟา สีหน้าของพวกเธอก็ดูไม่สู้ดีนัก
หิวมาครึ่งค่อนวัน แถมยังวุ่นวายทำความสะอาดวิลล่ากันตลอดบ่าย อย่างน้อยจงเย่าเหยาก็ได้กินบิสกิตไปครึ่งห่อพอรองท้อง ส่วนคนที่เหลือต่างเฝ้ารอมื้อค่ำนี้กันตาละห้อย
ท่ามกลางความคาดหวังอันริบหรี่ของทุกคน ทีมงานก็ยกอาหารที่เหล่าผู้เข้าแข่งขันชายทำเสร็จแล้วออกมา
จานแรกที่วางลงบนโต๊ะคือมันฝรั่งซอยผัดหน้าตาธรรมดา ๆ ตามมาด้วยหมูผัดพริกหยวก ขอบจานมีรอยไหม้เกรียมเห็นได้ชัด กลิ่นไหม้ลอยมาจากจานนั้นเอง
ถัดมาเป็นมะเขือเทศผัดไข่ ดูแล้วน้ำมันเยอะกว่าไข่เสียอีก
คืนนี้จะได้กินแค่นี้จริง ๆ เหรอ? เหล่าผู้เข้าแข่งขันหญิงฝืนยิ้มให้กัน
ทีมงานยกแกงจืดฟักเขียวหอยลายมาอีกชาม ในน้ำแกงไม่มีต้นหอมโรยอยู่ แต่ดูแล้วก็ไม่น่าแย่
“ดื่มแต่น้ำแกงก็ไม่อิ่มหรอกนะ” จงเย่าเหยาพึมพำ
ในโลกออนไลน์ต่างพูดกันว่าจงเย่าเหยาไม่รู้จักวางตัว แต่คำพูดนี้จะไม่นับว่าไหวพริบดีได้อย่างไร เว่ยหว่านหว่านคิดในใจ
ถึงอย่างไรก็เป็นอาหารที่ผู้เข้าแข่งขันชายอุตส่าห์ทำขึ้นมา วิจารณ์ส่งเดชคงไม่สุภาพนัก แต่สภาพอาหารนี่ก็ชวนให้พูดไม่ออกจริง ๆ...
พอเห็นจงเย่าเหยาเปิดปาก เว่ยหว่านหว่านก็อดบ่นตามไม่ได้ “ไม่สู้เอามันฝรั่ง หมู แล้วก็ไข่ไปต้มในน้ำ แล้วพวกเราจิ้มซีอิ๊วกินกันดีกว่า”
ดูเหมือนทีมงานจะได้ยินเสียงบ่นของเธอ จึงยกผักคลุกมาเพิ่มอีกจาน
