จงเย่าเหยาเลียนแบบท่าทางของนางร้ายในต้นฉบับที่คลั่งไคล้การฝึกตน จ้องมองอาจารย์ผู้ชี้แนะตนด้วยแววตาเป็นประกาย กระหายใคร่รู้เต็มเปี่ยม
ซางจี๋โม่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนเบือนหน้าหนีอย่างไม่เป็นธรรมชาติ
“...ดีมาก ท่วงท่าคล่องแคล่ว พลังวิญญาณเปี่ยมล้น กลับไปฝึกฝนให้มั่นคงต่อก็พอ”
จงเย่าเหยาถอยกลับเข้าแถว เผิงฮุ่ยที่ยืนอยู่ข้าง ๆ แอบดึงชายแขนเสื้อของเธอ
“ศิษย์น้องเก่งจริง ๆ” เธอกระซิบเสียงเบาด้วยความประหลาดใจ “อาจารย์ยังชมเธอเลย ปกติไม่เคยชมใครมาก่อนด้วยซ้ำ”
อาจารย์ของพระเอกนี่ตระหนี่คำชมขนาดนั้นเลยเหรอ? จงเย่าเหยาชะงัก เงยหน้ามองซางจี๋โม่โดยไม่รู้ตัว แต่กลับสบเข้ากับสายตาอีกคู่หนึ่งพอดี
เสาเหลิงอวิ๋นยืนอยู่ท้ายแถว กำลังจ้องมองเธอเขม็ง ใบหน้าที่มักยิ้มแย้มราวดวงตะวันน้อย ๆ บัดนี้กลับมีเงาหม่นคลุมอยู่ ในดวงตายังแฝงความริษยาเลือนราง
จงเย่าเหยายังไม่ทันได้มองให้ชัด อีกฝ่ายก็กลับไปมีท่าทางสดใสเหมือนปกติ แล้วถือกระบี่เดินก้าวฉับ ๆ ออกมา
ในเนื้อเรื่อง นางเอกเป็นคนร่าเริงสดใส เป็นศิษย์น้องหญิงอัจฉริยะที่ทุกคนในยอดเขาเฉิงเซียวต่างเอ็นดู ส่วนนางร้ายมีนิสัยเงียบขรึม รู้จักแต่ฝึกตน ไม่สนิทสนมกับอาจารย์ ศิษย์พี่ชาย หรือศิษย์พี่หญิงเลย
ขณะเดียวกัน พลังฝึกตนของนางเอกก็พุ่งแซงนางร้ายอย่างรวดเร็ว เพราะพระเอกคอยสอนเป็นพิเศษ
แต่หลังจงเย่าเหยามาอยู่ในร่างนี้ ไม่รู้เกิดอะไรผิดพลาด พลังฝึกตนของเสาเหลิงอวิ๋นกลับไม่ได้เหนือกว่าเธอ
ยิ่งไปกว่านั้น เสาเหลิงอวิ๋นไม่ตั้งใจฝึกตน เอาแต่คิดหาวิธีเกาะติดอาจารย์ที่ตนพึงใจทั้งวัน ซางจี๋โม่ถูกเธอดักอยู่หลายครั้งจนปิดด่านฝึกตน ไม่ยอมพบใคร ส่วนเหล่าศิษย์พี่ชายหญิงต่างก็ไม่พอใจเธออยู่ไม่น้อย กลับชอบศิษย์น้องอย่างจงเย่าเหยามากกว่า
