“โอ้พระเจ้า อาจารย์ซาง!”
จงเย่าเหยาปิดปาก พยายามแสดงเป็นรุ่นน้องที่ตื่นเต้นสุดขีดเมื่อได้เจอไอดอล
“ก่อนหน้านี้ในอินเทอร์เน็ตลือกันว่าคุณจะมาร่วมรายการหาคู่รายการนี้ ฉันยังไม่กล้าเชื่อเลยค่ะ ไม่นึกว่าคุณจะมาถึงเป็นคนแรก”
“สวัสดีค่ะ ฉันจงเย่าเหยา” เธอแนะนำตัวก่อน ยิ้มตาหยีอย่างเขินอาย
“ฉันชอบผลงานของคุณมาก ๆ ดูซ้ำมาหลายรอบแล้วค่ะ”
ซางจี๋โม่หันมามองจงเย่าเหยาอย่างตั้งใจ “สวัสดีครับ”
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนเสริมว่า “เรียกชื่อผมก็พอครับ”
ไม่รู้ทำไม จงเย่าเหยาถึงรู้สึกว่าเขาดูเกร็งและประหม่าเสียยิ่งกว่าเธออีก
ก็พอเข้าใจได้ นี่เป็นครั้งแรกที่เขามาถ่ายรายการวาไรตี้ แถมยังเป็นรายการหาคู่อีกด้วย
จงเย่าเหยาคิดว่าการชวนคนเก็บตัวสองคนที่ไม่คุ้นเคยกันคุยอย่างเป็นธรรมชาตินั้นเป็นปัญหานิรันดร์
เธอยิ้มแห้ง ๆ อย่างแข็งทื่อ กำลังคิดว่าจะหาเรื่องอะไรมาคุยต่อดี สายตาของซางจี๋โม่ก็กวาดผ่านประตูไปหยุดที่กระเป๋าเดินทางของเธอซึ่งยังวางอยู่นอกห้อง
เขากำลังจะเดินเข้าไป แต่กลับมีมืออีกข้างยื่นมาจากด้านหลังจงเย่าเหยา ยกกระเป๋าเดินทางขึ้นก่อน
เสิ่นเจียงเยี่ยนยกกระเป๋าเข้าไปในห้อง แล้วขนของตัวเองตามเข้ามาวางคู่กับของเธอ
“โห รุ่นน้อง กระเป๋าเธอใส่อะไรไว้เนี่ย หนักชะมัด!”
จงเย่าเหยาราวกับได้เห็นฟางช่วยชีวิต ดวงตาพลันเป็นประกายด้วยความหวัง “รุ่นพี่ มาแล้วเหรอคะ!”
ดีเลย พอมีคนมาเพิ่มอีกคนก็ไม่ต้องกลัวว่าจะนั่งเงียบอึดอัดกับซางจี๋โม่แล้ว
ซางจี๋โม่กับเสิ่นเจียงเยี่ยนทักทายกัน แต่ไม่รู้ทำไม สีหน้าของซางจี๋โม่ถึงดูเย็นชากว่าเมื่อครู่อีก
หลังทักทายกันสั้น ๆ เขาก็พูดเพียงว่า “เข้ามานั่งสิ” แล้วหันหลังเดินจากไป
จงเย่าเหยาเบ้ปาก
ดูท่า ซางจี๋โม่จะเกลียดเธอจริง ๆ
เรื่องราวหลักของโลกนี้ดำเนินอยู่ในวงการบันเทิง
