“ไอ้ตัวแสบ ใครบอกว่าร้องไห้ ดูสิว่าฉันจะตีแกไหม” เหวินจื้อหังวิ่งเข้าไปอุ้มเฉินเฉินขึ้นมาหนีบไว้ใต้รักแร้ แล้วพาเจ้าตัวเล็กบินวนไปมาในอากาศ จนเด็กน้อยหัวเราะคิกคักอย่างสนุกสนาน
“แกนี่มันชอบโดนตีจริง ๆ รีบวางเขาลงเดี๋ยวนี้เลย อากาศหนาวขนาดนี้เดี๋ยวก็กลืนลมเข้าไปเต็มท้อง ถ้าอีกเดี๋ยวปวดท้องขึ้นมา ดูสิว่าฉันจะไม่ตีแกไหม”
แม่เหวินถือไม้กวาดไล่ตามอยู่ข้างหลัง ส่วนเหวินจื้อหังพาหลานชายวิ่งหนีอยู่ข้างหน้า ชั่วขณะนั้นลานบ้านก็ยิ่งครึกครื้นขึ้นมา
เหวินจื้อหยวนพาภรรยาเดินตามหลังเข้ามา พอถึงประตูก็เห็นภาพชุลมุนวุ่นวายนี้พอดี
พอน้องชายวิ่งมาถึงตรงหน้า เขาก็ชิงลูกชายกลับมาในทันที แล้วเอ็ดว่า “โตขนาดนี้แล้วยังไม่รู้จักโตอีกหรือไง ไม่เห็นหรือว่าแม่เหนื่อยจนหอบ ยังมีหน้ามาเล่นอีก รีบไปช่วยเก็บของเดี๋ยวนี้”
เหวินจื้อหยวนคิดว่าพ่อแม่กำลังเตรียมของสำหรับฉลองปีใหม่ จึงยกเก้าอี้ตัวเล็กมาให้ภรรยานั่งตากแดดตรงหน้าห้องโถง ส่วนตัวเองก็ถลกแขนเสื้อขึ้นช่วยเก็บของ
“แม่ครับ ปีนี้เราเตรียมของกันเร็วเกินไปหรือเปล่าครับ ยังเหลือเวลาอีกตั้งนานกว่าจะถึงปีใหม่”
“ไม่เร็วหรอก ตอนนี้เข้าช่วงเดือนสิบสองตามปฏิทินจันทรคติแล้ว พอเข้าช่วงนี้ก็ใกล้ปีใหม่ อีกอย่างแม่กับพ่อยังต้องไปตงเป่ย์อีก เตรียมของให้เรียบร้อยไว้ก่อน พวกเราจะได้สบายใจ”
