"ได้ค่ะ รอสักครู่"
เวินชิงหลีเปลี่ยนจากชุดนอนเป็นเสื้อบางสีเขียวอ่อนกับกางเกงยีนส์เอวสูง
เธอหยิบลิปมันขึ้นมา ทาเบา ๆ บนริมฝีปาก
ยืนอยู่หน้ากระจก ยืนยันว่าเรียบร้อยดีแล้ว จึงออกจากห้อง
เธอวิ่งเหยาะ ๆ ลงบันได แสงไฟในปล่องบันไดสลัว ฝีเท้าเบาหวิว มุมปากแย้มยิ้ม
เคยจินตนาการนับครั้งไม่ถ้วนว่าสักวันหนึ่งเขาจะมาปรากฏตัวที่ใต้หอพักของเธอ
ไม่คิดว่าในอีกสิบปีต่อมา ในที่สุดมันก็กลายเป็นจริง
ถึงแม้จะไม่เกี่ยวอะไรกับความรัก แต่เธอก็ยังพึงพอใจมาก มีความสุขมาก
……
ลู่เจิงนั่งอยู่ในรถออฟโรด ข้อมือขาวซีดวางพาดบนขอบหน้าต่างที่เลื่อนลงมา หว่างนิ้วยาวเรียวที่เห็นข้อชัดคีบบุหรี่มวนหนึ่ง ท่ามกลางควันที่ลอยคลุ้ง ใบหน้าคมสันของเขาดูลึกลับคาดเดาได้ยาก
เขาถอดเสื้อแจ็กเก็ตไต่เขาสีดำ เหลือเพียงเสื้อยืดสีกากีทหารอยู่ข้างใน แนวกล้ามเนื้อแขนแข็งแรงกำยำ ดูเปี่ยมไปด้วยพละกำลัง
มองจากมุมของเวินชิงหลี ใบหน้าเขาคมสัน ดั้งจมูกสูง ริมฝีปากบางเซ็กซี่
"ลู่เจิง" เธอเรียกเขาเสียงแผ่วเบา
ลู่เจิงเบี่ยงหน้ามามองเวินชิงหลี "เธอมาแล้ว"
เวินชิงหลีตอบรับอื้ม
ลู่เจิงรีบลงจากรถ เปิดประตูฝั่งผู้โดยสารให้เวินชิงหลี
เมื่อเวินชิงหลีขึ้นไปนั่งแล้ว เธอมองไปทางลู่เจิง "ดึกป่านนี้แล้ว คุณมีธุระอะไรกับฉันหรือเปล่า?"
ลู่เจิงเองก็กำลังมองเวินชิงหลี เธอล้างเครื่องสำอางออกแล้ว ยิ่งทำให้ผิวหน้าดูขาวเนียนละเอียด ผมยาวดำขลับสยายลงบนไหล่อย่างนุ่มสลวย ทั้งหมดนี้ทำให้เธอดูอ่อนโยนและเงียบสงบ
ลู่เจิงดับบุหรี่ น้ำเสียงทุ้มต่ำ "ไปหาอะไรกินกับฉันหน่อย"
เวินชิงหลีเลิกคิ้วมุ่นเล็กน้อย ในดวงตาหงส์ใสซื่อเผยความห่วงใยออกมาอย่างไม่รู้ตัว "ดึกแล้ว คุณยังไม่ได้กินอะไรอีกเหรอ?"
ลู่เจิงอื้มรับเบา ๆ
เขาเอาแต่คิดเรื่องคดีเกือบทั้งวัน ลืมเรื่องกินข้าวไปเสียสนิท
เมื่อเห็นความอิดโรยจาง ๆ ในแววตาของเขา ใจของเวินชิงหลีก็พลันรู้สึกปวดหนึบ
เธอรู้ดีว่า ตำรวจสืบสวนหน่วยแนวหน้าอย่างพวกเขานั้นลำบากแค่ไหน
บางครั้งงานยุ่งจนไม่มีเวลาแม้แต่จะนอน
"ข้างหลังมอมีร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อร้านเก่าแก่ รสชาติใช้ได้ เปิดยี่สิบสี่ชั่วโมง"
ลู่เจิงขับรถตามที่เวินชิงหลีบอก มุ่งไปทางหลังมหาวิทยาลัย
มาถึงร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อ เวินชิงหลีเดินคุ้นทางไปถึงหน้าเคาน์เตอร์ แล้วสั่งก๋วยเตี๋ยวเนื้อสูตรเด็ดหนึ่งชาม
"ขอเครื่องเยอะหน่อย เผ็ดนิด ๆ ไม่ต้องใส่ผักชี"
จ่ายเงินแล้ว เธอถือป้ายหมายเลขมานั่งตรงข้ามลู่เจิง
ร่างสูงโปร่งของลู่เจิงเอนพิงพนักเก้าอี้อย่างผ่อนคลายเล็กน้อย พอเห็นเวินชิงหลีมา เขาก็รีบยืดตัวตรง ดวงตาคมหรี่ลง "รู้ได้ยังไงว่าผมไม่กินผักชี?"
หัวใจของเวินชิงหลีเต้นกระตุกวูบ
เธอรู้ตั้งแต่สมัยมัธยมแล้วว่าเขาไม่กินผักชี
ตอนนั้นเธอมีแก้มยุ้ยเล็กน้อย ชอบกินซี่โครงหมูตุ๋นของโรงอาหารมาก ทุกครั้งที่พักเที่ยงก็จะลากหมิงถังที่อยู่ห้องข้าง ๆ วิ่งไปโรงอาหาร
พอซื้อซี่โครงหมูเสร็จก็จะกวาดตามองหาตัวลู่เจิงไปทั่ว
แต่ละครั้งเธอจะแอบไปนั่งโต๊ะใกล้ ๆ ที่อยู่ไม่ห่างจากเขา
หางตาจะคอยชำเลืองดูอาหารที่เขากิน
เขาไม่ชอบกินผักชี ไม่ชอบของเผ็ดมาก กินก๋วยเตี๋ยวชอบเส้นเนื้อ มีอาการรักความสะอาดเล็กน้อย โต๊ะ เสื้อผ้า เรียบร้อยสะอาดเอี่ยมตลอดเวลา ของที่ใช้แล้วจะวางเก็บไว้ในตำแหน่งเดิม
เวลาคิดจะใช้นิ้วเคาะโต๊ะเบา ๆ โดยไม่รู้ตัว คิ้วขมวดเล็กน้อย อายุยังน้อยแต่ก็ชินกับการเก็บอารมณ์ไว้ข้างใน
รีบเก็บซ่อนแววตา เวินชิงหลีเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "ฉัน…ไม่รู้ว่าคุณไม่ชอบกินผักชี ฉันเองก็ไม่ชอบ พอดีสั่งตามรสที่ฉันกินประจำให้คุณน่ะ"
ปลายนิ้วขาวเรียวใต้โต๊ะบีบเข้ากันอย่างลุกลี้ลุกลน
กลัวว่าเขาจะรู้ความลับเล็ก ๆ ในใจที่เธอแอบชอบเขามาหลายปี
ลู่เจิงดวงตาคมเข้มครุ่นคิด "ผมก็รสชาติเหมือนคุณเลย ไม่ชอบกินผักชี"
เวินชิงหลีมุมปากยกยิ้มบางเบา "คุณรีบกินเถอะ"
ลู่เจิงกินไปได้สองสามคำก็ถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ "คุณรู้จักหลินเวยเวยไหม?"
เวินชิงหลีชะงักไป
ในที่สุดก็เข้าใจแล้วว่าเขามาหาเธอกลางดึกเพราะอะไร
ที่แท้ก็เป็นเรื่องงาน
"ฉันเคยได้ยินชื่อหลินเวยเวย แต่ไม่เคยเจอตัวจริง"
ลู่เจิงคิดอะไรบางอย่างแล้วถามต่อ "อย่างนั้นคุณรู้จักอาจารย์ที่ปรึกษาของหลินเวยเวย ศาสตราจารย์กู้หวยหย่วนไหม?"
เวินชิงหลีพยักหน้า "รู้จักค่ะ ศาสตราจารย์กู้กับภรรยาของเขา ศาสตราจารย์ซู เป็นอาจารย์ดีเด่นของมหาวิทยาลัยเรา และยังเป็นคู่สามีภรรยาตัวอย่างด้วย แต่—"
ลู่เจิงวางตะเกียบ "แต่อะไร?"
"ช่วงก่อนหน้านี้ อาจารย์ซูแท้งลูก ฉันไปเยี่ยมที่โรงพยาบาล พอเดินไปถึงประตูห้องผู้ป่วยก็ได้ยินเธอกับอาจารย์กู้ทะเลาะกันรุนแรง อาจารย์ซูบอกว่าเขาทำให้เธอผิดหวัง"
ลู่เจิงนิ้วเรียวยาวเคาะบนโต๊ะ "ความจริงแล้วพวกเขาไม่ได้รักกันอย่างที่เห็นภายนอก ใช่ไหม?"
เวินชิงหลีคิ้วงามขมวด "ฉันก็ไม่กล้าคาดเดาเรื่องส่วนตัวของคนอื่นมั่ว ๆ นะคะ ก็แค่สังเกตจากที่เห็นในชีวิตประจำวันแล้วรู้สึกเช่นนั้น เมื่อก่อนอาจารย์ซูรักอาจารย์กู้มากกว่า เธออ่อนโยน เรื่องอะไรก็ตามใจเขา ทุ่มเทเพื่อครอบครัว เพื่อหน้าที่การงานไปมากมาย แม้แต่โควตาการประเมินอาจารย์ดีเด่นก็ยกให้เขา"
"แต่ตั้งแต่ประมาณสามเดือนก่อน ฉันก็รู้สึกได้ชัดว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล อาจารย์ซูเริ่มเงียบขรึมลง สอนหนังสือก็เหม่อบ่อย ทั้งคนซูบผอมไปมาก เพื่อนร่วมงานคนอื่นก็ซุบซิบกันว่าเป็นเรื่องลูก เพราะทั้งคู่อายุสี่สิบกว่าแล้วแต่ก็ยังไม่มีลูก"
"จนกระทั่งเมื่อเร็ว ๆ นี้ที่แท้ง ฉันถึงได้เห็นอาจารย์ซูระเบิดอารมณ์ อาจารย์กู้คงทำอะไรที่ทำให้เธอเสียใจมาก"
แสงไฟสีเหลืองนวลในร้านตกกระทบใบหน้าเล็ก ๆ ดูสะอาดสะอ้านนุ่มนวลของเวินชิงหลี เขารู้สึกได้ว่าเธอเป็นคนที่ละเอียดอ่อนและอ่อนไหวมาก
เขาพยักหน้าให้เธอแล้วพูดอย่างจริงจังว่า "ขอบคุณครับ"
เวินชิงหลีถูกเขามองจนใจกระตุกวูบ รีบหลบตาลงต่ำ ส่ายหน้าเบา ๆ "ไม่ต้องขอบคุณหรอกค่ะ ฉันก็แค่เล่าเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เห็นจนชินตาเท่านั้นเอง"
ทั้งสองคนไม่ได้พูดถึงเรื่องคดีอีก
ลู่เจิงกินก๋วยเตี๋ยวเสร็จก็ไปส่งเธอที่ใต้หอพัก
เวินชิงหลีปลดเข็มขัดนิรภัย กำลังจะเปิดประตูลงรถ แต่พบว่าประตูล็อกอยู่
เธอตกใจเล็กน้อย หันหน้ามามองชายที่อยู่เบาะคนขับด้วยความฉงน
ลู่เจิงไม่ได้มองเธอ เขาหยิบบัตรธนาคารจากกระเป๋าสตางค์ใบหนึ่งยื่นให้เธอ "นี่คือบัตรเงินเดือนของผม รายได้ เบี้ยเลี้ยง โบนัสทั้งหมด อยู่ในนี้หมด"
"ต่อจากนี้ ให้คุณเป็นคนเก็บ"
ลมหายใจของเวินชิงหลีชะงักวูบ
"ไม่ ต้อง หรอก"
เขายัดบัตรใส่มือเธอ พร้อมกับหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งเขียนชื่อหมู่บ้านกับเลขที่อาคารห้อง
"ห้องชุดใหญ่ในใจกลางเมือง เป็นเรือนหอที่แม่ผมทิ้งไว้ให้ตั้งแต่เนิ่น ๆ จ่ายเงินสดครบแล้ว พอจัดการคดีนี้เสร็จ ผมจะไปเพิ่มชื่อคุณ"
"ที่อยู่ รหัสล็อกประตู เขียนไว้ข้างบนหมดแล้ว"
"ต่อจากนี้ไป นี่คือบ้านของเรา"