"คุณเวิน อายุยี่สิบหกแล้ว ไม่ใช่น้อย ๆ แล้วนะครับ ผมขอพูดตรง ๆ เลย"
หนุ่มดูตัวที่นั่งฝั่งตรงข้ามเชิดคางขึ้นเล็กน้อย ในแววตาเต็มไปด้วยความหยิ่งยโสและความเหนือกว่า "ผมเงินเดือนห้าพัน หลังแต่งงานจะให้คุณเดือนละสองพัน แต่คุณต้องลาออกจากงาน แม่ผมสุขภาพไม่ดี คุณต้องตั้งครรภ์ให้ได้ภายในครึ่งปี บ้านผมเป็นบุตรชายคนเดียวสืบตระกูลมาสามรุ่น ต้องมีลูกชายเท่านั้น"
ปลายนิ้วของเวินชิงหลีที่กุมแก้วกาแฟชะงักไปเล็กน้อย "บ้านคุณมีบัลลังก์ให้สืบทอดหรือไง?"
หนุ่มดูตัวดันแว่นบนสันจมูก มุมปากยกยิ้มด้วยความเหนือกว่า "บ้านผมกำลังจะโดนเวนคืนแล้ว รับรองได้อย่างน้อยสามห้องเลยนะ แต่งเข้าบ้านผม คุณก็เป็นเจ้าของห้องเช่าได้เลย ถ้าได้แต่งกับผม คุณยกระดับชนชั้นได้เลยนะ"
เวินชิงหลีแทบจะหัวเราะทั้งที่โกรธ เธอโต้กลับโดยไม่ไว้หน้าแม้แต่น้อย "คุณหวัง ตอนนี้ตลาดพี่เลี้ยงเด็กยังไม่ใช่แค่เดือนละสองพันเลยมั้ง? ด้วยสมองคุณนี่ ฉันแนะนำให้ไปหาจิตแพทย์ดูก่อนเถอะ"
เธอคว้ากระเป๋า เตรียมลุกออกไป
หนุ่มดูตัวโกรธจนหน้าแดง "ทำเป็นเล่นตัวไปได้ รูปหน้าสวยใสอย่างคุณนี้ ดูก็รู้ว่าเป็นพวกหวังสูง หนุ่ม ๆ คงรวยผู้ชายมีเงินเล่นไม่น้อย ตอนนี้อายุเยอะแล้วกลายเป็นของตกค้าง ก็เลยมาหาให้ผู้ชายซื่อ ๆ อย่างผมรับช่วงต่อ..."
พูดไม่ทันจบ กาแฟอุ่น ๆ ก็สาดเข้าเต็มหน้าเขา
"ปากเหม็นอย่างนี้ ล้างปากให้ดี ๆ!"
ไม่สนใจสีหน้าที่ดำทะมึนของหนุ่มดูตัว เวินชิงหลีก้าวเร็ว ๆ จากไป
ใกล้ถึงเคาน์เตอร์ร้านกาแฟ สายตาก็เห็นเงาร่างสูงสง่าแข็งแกร่ง
ชายคนนั้นสวมชุดดำทั้งตัว ผมสั้นเรียบร้อย โครงหน้าเฉียบคม ทั่วร่างแผ่กลิ่นอายชายชาตรีที่อย่าเข้าใกล้
ทันทีที่เห็นหน้าชายหนุ่มชัดเจน เวินชิงหลีก็ตะลึงจนตัวแข็ง
คือลู่เจิง
คนที่เธอแอบชอบมาตั้งแต่มัธยมปลาย เฝ้าติดตามเงียบ ๆ มาโดยตลอด
ไม่ได้เจอกันหลายปีแล้ว
เขาคงจำเธอไม่ได้แล้วสินะ
ราวกับสัมผัสได้ถึงสายตาของเธอ ชายหนุ่มรับกาแฟที่พนักงานแพ็คเสร็จแล้วก็หันมามองทางเธอ
เวินชิงหลีรีบก้มขนตางอนยาวราวปีกผีเสื้อ รีบผละไปด้วยใจเต้นรัว
ออกจากร้านกาแฟ เธอเตรียมโบกแท็กซี่ จู่ ๆ ก็มีเสียงทุ้มแม่เหล็กของชายหนุ่มดังมาจากด้านหลัง "เวินชิงหลี"
หัวใจของเวินชิงหลีกระตุกวูบ แม้แต่ลมหายใจก็พลอยติดขัด
เธอหันไปมองโดยอัตโนมัติ ลู่เจิงเดินเนิบ ๆ เข้ามาหาเธอ
เขาสูงกว่าตอนมัธยมอีก เกือบหนึ่งเก้าสิบแล้ว ไหล่กว้างเอวสอบ หล่อคมเข้ม
กลิ่นอายดิบ ๆ เซอร์ ๆ ที่พัดเข้ามา ฮอร์โมนพุ่งกระฉูด
เวินชิงหลีแย้มรอยยิ้มบาง ๆ บนใบหน้า "ลู่เจิง ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ"
ลู่เจิงผงกศีรษะเล็กน้อย "ไม่ได้เจอกันนานเลย"
นัยน์ตาสีดำสนิทจับจ้องใบหน้างามขาวใสของเธอ "เมื่อกี้ คุณดูตัวอยู่เหรอ?"
เวินชิงหลีพยักหน้า ในใจรู้สึกขายหน้ายิ่งนัก
เธอไม่คิดว่าการดูตัววันนี้จะมาเจอผู้ชายเพ้อเจ้อมั่นหน้าอย่างนั้น นี่เป็นครั้งแรกที่เธอสาดกาแฟใส่คนตรง ๆ คงเพราะถูกยั่วอารมณ์จริง ๆ
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคนที่แอบชอบมาหลายปีและไม่ได้เจอกันนาน เวินชิงหลีไม่รู้จะพูดอะไรกับเขาเลย เธอกำลังคิดว่าจะจบการพบพานที่น่าอึดอัดนี้อย่างไรดี ก็ได้ยินเสียงทุ้มน่าฟังของชายหนุ่มดังขึ้นอีกครั้ง "คุณอยากแต่งงานไหม?"
เวินชิงหลีชะงัก
นัยน์ตากลมดั่งเมล็ดพีชเบิกกว้างเล็กน้อย ใบหน้าไข่ไก่งามเต็มไปด้วยความตกใจ "คุณ...พูดว่าอะไรนะ?"
ลู่เจิงมีแนวกรามตึงเครียด แววตาดำล้ำลึก "ผมก็โดนที่บ้านบังคับให้ดูตัวบ่อย ๆ ถ้าคุณก็ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับผม เราแต่งงานกันได้นะ"
เวินชิงหลีรู้สึกราวกับไม่อยากเชื่อ เลือดทั่วร่างราวกับพลุ่งขึ้นสู่ศีรษะ
เธอคงไม่ได้ฟังผิดไปใช่ไหม?
เขามาขอเธอแต่งงานกะทันหันขนาดนี้เลย?
"ถ้าคุณไม่เต็มใจ ก็ไม่เป็นไรนะ"
แทบจะทันทีที่เขาพูดจบ เธอก็ผงกศีรษะ "ฉันตกลง"
ใบหูแดงซ่านในบัดดล ในใจเต็มไปด้วยความเสียดาย
เธอเก็บอาการให้สงวนท่าทีกว่านี้ไม่ได้เชียวหรือ ทำเป็นเหมือนเธออยากแต่งกับเขามาตั้งนานแล้ว
ลู่เจิงหยิบมือถือขึ้นมาเปิดรายงานผลตรวจสุขภาพฉบับอิเล็กทรอนิกส์ "นี่รายงานตรวจสุขภาพของผม"
เวินชิงหลีพึ่งนึกขึ้นได้ รีบหยิบมือถือตัวเองออกมา เปิดรายงานผลตรวจสุขภาพฉบับอิเล็กทรอนิกส์ของตนให้เขาดูเช่นกัน
หลังจากดูของกันและกันเสร็จ ลู่เจึงก้มมองดูเธอ "คุณมีข้อเรียกร้องอะไรในการแต่งงานบ้าง บอกมาได้เลย"
เวินชิงหลีกัดริมฝีปากด้วยไรฟันขาว "ใช้รับมือทางบ้าน ไม่เปิดเผยสู่ภายนอก ได้ไหม?"
ลู่เจิงตอบอืมในลำคอต่ำ ๆ
เวินชิงหลี "แล้วคุณล่ะ มีข้อเรียกร้องอะไรบ้าง?"
"ผมเป็นตำรวจสืบสวน ลักษณะงานพิเศษ ปกติต้องออกปฏิบัติภารกิจบ่อยครั้ง ทำงานล่วงเวลาอดนอนเป็นเรื่องปกติ ผมหวังว่าหลังแต่งงานจะเคารพให้เกียรติซึ่งกันและกัน ไม่ก้าวก่ายซึ่งกันและกัน เฉพาะเมื่อมีข้อร้องขอจากพ่อแม่ของทั้งสองฝ่าย จึงจะไปเป็นเพื่อนอีกฝ่าย"
เวินชิงหลีเข้าใจโดยพลัน
เคารพให้เกียรติซึ่งกันและกัน ไม่ก้าวก่ายซึ่งกันและกัน นัยยะคือเขาไม่ต้องการความรัก
เธอยกมุมปากยิ้มอย่างเหมาะสม "ที่จริงแล้ว นี่ก็คือรูปแบบชีวิตแต่งงานในอุดมคติของฉันเหมือนกัน"
ทั้งสองใช้ความเร็วสูงสุด สื่อสารเรื่องแต่งงานฉับไวจนลงตัว
ลู่เจิงยกนาฬิกาข้อมือ ดูเวลา "เอาบัตรประชาชนมาด้วยหรือเปล่า?"
เวินชิงหลีพยักหน้าเบา ๆ "เอามาค่ะ"
"เราไปที่สำนักงานทะเบียนกันเดี๋ยวนี้เลย"
ปลายนิ้วเวินชิงหลีชาราบ ความเร็วในการเต้นของหัวใจเร่งเร็วขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้
ไป...จดทะเบียนแต่งงานกันเดี๋ยวนี้เลยเหรอ?