จากนั้นก็มีเสียงสวบสาบดังมาจากด้านใน คล้ายกำลังสวมเสื้อผ้าอยู่ ไม่นานประตูก็เปิดออก สวี่หนิงอันเห็นบิดามารดาของตน
หลี่ไฉหวนกับสามีเองก็ได้เห็นบุตรชายที่เฝ้าคะนึงหา
แม้จะจากกันเพียงครึ่งปีเศษ แต่สำหรับบิดามารดาแล้ว วันเวลานั้นกลับยาวนานยิ่งนัก
ทันทีที่เห็นสวี่หนิงอัน หลี่ไฉหวนก็หลั่งน้ำตา เขารีบเอ่ยว่า
“ท่านพ่อ ท่านแม่ อย่าร้องไห้เลย ข้าครั้งนี้ออกมาทำภารกิจ
พอฟ้าสางก็ต้องกลับไปแล้ว ให้ข้าเข้าไปก่อนเถิด น้องเล่า?”
ที่จริงสวี่หนิงอันเองก็ตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย ด้วยเหตุนี้จึงรีบเปลี่ยนเรื่องแล้วก้าวเข้าไปในบ้าน
ตอนน้องสาวที่กำลังนอนหลับถูกปลุกขึ้นมา นางยังมีสีหน้ามึนงง ทว่าพอเห็นพี่ชายกลับมา ก็โผกอดสวี่หนิงอันแน่นไม่ยอมปล่อยมือ
สวี่หนิงอันทำอะไรไม่ได้ จึงได้แต่อุ้มนางไปนั่งบนเตียง ก่อนพูดคุยกับบิดามารดา
หลังพูดคุยกันครู่หนึ่ง เขาก็ยืนยันได้ว่านาพลังวิญญาณสองหมู่ที่ควรเป็นของครอบครัวตนได้รับการจัดสรรมาแล้ว
เช่นนี้ครอบครัวของพวกเขาก็มีนาพลังวิญญาณรวมเป็นสี่หมู่ แม้บิดามารดาจะต้องตรากตรำทำงานหนักขึ้นบ้าง
แต่ข้าววิญญาณที่เก็บเกี่ยวได้ก็เพิ่มขึ้น ครอบครัวจึงได้กินข้าววิญญาณกัน
เมื่อกล่าวโดยรวม ชีวิตของครอบครัวสามคนดีกว่าแต่ก่อนมาก
สวี่หนิงอันคลายใจลงเล็กน้อย ส่วนหลี่ไฉหวนก็ซักถามไถ่ทุกข์สุขเขาไม่หยุด
สวี่โฮ่วหลี่นั่งอยู่บนเก้าอี้ แม้ไม่ได้พูดอะไรมาก แต่สายตากลับจับจ้องสำรวจสวี่หนิงอันอยู่ตลอด
ครึ่งปีเศษไม่ได้เจอกัน สูงขึ้นแล้ว ยังแข็งแรงกำยำขึ้นด้วย...
เมื่อทั้งสองได้รู้ว่าสวี่หนิงอันบรรลุขั้นหลอมปราณระดับสี่แล้ว ต่างก็ตกตะลึงนิ่งงันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะสะอื้นไห้อีกครั้ง
