การเดินฝ่าหิมะสิ้นเปลืองเรี่ยวแรงกว่าปกติ เมื่อมองไปรอบด้านก็ไม่พบสิ่งใดให้เห็น
มีเพียงหิมะขาวโพลนปกคลุมทั่วผืนดิน กับรอยเท้าทอดยาวเป็นสายอยู่เบื้องหลัง
ใกล้เที่ยงวัน สวี่หนิงอันเห็นเนินเขาปรากฏขึ้นกลางทุ่งหิมะสุดลูกหูลูกตา
สวี่โฮ่วหลี่ชี้ไปยังเนินเขาแล้วกล่าวว่า “ไปพักที่นั่นกัน”
ทุกคนจึงเร่งฝีเท้าขึ้นไม่น้อย เมื่อไปถึงด้านหลังเนินเขา ก็พบถ้ำหลายแห่งในบริเวณที่กำบังลม
ขณะนี้มีคนพักอยู่ในถ้ำแห่งหนึ่งแล้ว พวกเขาก็เหมือนสวี่หนิงอันทั้งสี่คน คือผู้ใหญ่พาเด็กมาด้วย
เห็นได้ชัดว่าพวกเขาก็มุ่งหน้าไปนครเซียน เพื่อเข้าร่วมการทดสอบสำนักเซียนในครั้งนี้เช่นกัน
ทว่าเมื่อสังเกตเห็นคนทั้งสี่เข้ามาใกล้ คนกลุ่มนั้นก็ระแวดระวังขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
สวี่โฮ่วหลี่กลับประสานมือคารวะพวกเขา “ใช่พี่สามหลี่จากหมู่บ้านตระกูลหลี่หรือไม่? ข้าสวี่โฮ่วหลี่จากหมู่บ้านตระกูลสวี่”
คนหนึ่งในกลุ่มลุกขึ้นคำนับตอบทันที สีหน้าผ่อนคลายลงไม่น้อย “ที่แท้ก็เป็นน้องโฮ่วหลี่ พาเด็กไปนครเซียนหรือ?”
สวี่โฮ่วหลี่ยิ้มซื่อ ๆ “ใช่แล้ว พวกข้ามาพักเหนื่อยที่นี่ มิได้รบกวนพี่สามกระมัง?”
อีกฝ่ายรีบตอบว่าไม่รบกวน ทั้งสองฝ่ายทักทายกันแล้ว สวี่โฮ่วหลี่ก็พาทั้งสามคนเข้าไปในถ้ำแห่งหนึ่ง
หวังชิงซานหยิบถ่านกับหม้อเหล็กออกจากถุงใบเล็กที่เอว พลางอธิบายไปด้วยว่า
“อย่าเห็นว่าพักอยู่ในหมู่บ้านแล้วปลอดภัย พอออกจากหมู่บ้านไป หากพบผู้บำเพ็ญเพียรอื่นเข้า ต้องระวังให้มาก
ในป่าเขารกร้างไร้ผู้ควบคุม ผู้บำเพ็ญเพียรบางคนอาจเสี่ยงลงมือฆ่าชิงทรัพย์ เพียงเพื่อหินวิญญาณไม่กี่ก้อน”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทั้งสวี่หนิงอันและหวังอวี้หลางต่างรู้สึกหวั่นใจขึ้นมา
