“หัวหน้าหน่วยอู๋ฉิงให้ความช่วยเหลือข้ามามาก ข้าเป็นห่วงนางบ้างก็เป็นเรื่องปกติ”
หลินโม่พูดตรงๆ
“ก็ดีนี่ สมควรแล้ว”
ตู๋กูหลิวหลีโอบรอบคอหลินโม่ ออดอ้อนว่า “ต่อจากนี้ก็ขอให้เจ้าดูแลข้าด้วยบ้างนะ นางช่วยเหลือเจ้าได้ ข้าเองก็ช่วยได้!”
“ฮ่าๆ เช่นนั้นต่อไปก็ฝากหัวหน้าหน่วยหลิวหลีดูแลด้วยเถิด” หลินโม่ยิ้มจางๆ ไร้พิรุธ
“เพื่อแลกเปลี่ยน ต่อไปเจ้าก็ทำให้ข้าพึงพอใจมากๆ ก็แล้วกัน”
“นี่ไม่ใช่เรื่องยาก ขอเพียงหัวหน้าหน่วยหลิวหลีต้องการ ข้าพร้อมคอยรับใช้เสมอ”
นี่คือสิ่งที่หลินโม่ต้องการ
แต่พอหลิวจื่อเยียนกลับมา เกรงว่าเขาคงต้องระมัดระวังตัวขึ้น พยายามงดยุ่งเกี่ยวกับซ่างกวนอู๋ฉิงและตู๋กูหลิวหลีให้น้อยลง
“ฮิๆ เชื่อฟังดีนัก ให้รางวัลจูบหนึ่งที”
ขณะกำลังจูบดูดดื่มกับหลินโม่ ร่างอรชรของตู๋กูหลิวหลีก็สะท้านวูบ
นางเบิกตากว้าง “จะ...จะทำอะไรน่ะ ไม่ได้นะ!”
การประท้วงไร้ผล
ตู๋กูหลิวหลีก่อไฟขึ้นเองก็ต้องดับเอง
ผ่านไปหลายชั่วยาม
“คือว่า... เจ้ากลับไปก่อนเถิด ข้าจะบำเพ็ญเพียรสักครู่!” ความบ้าบิ่นของหลินโม่เกินกว่าที่ตู๋กูหลิวหลีจะจินตนาการ
นางหวาดหวั่นขึ้นมา
ถ้าอีกสักครั้ง นางเกรงว่าตนเองคงได้สลบไสล
“ฮ่าๆ หัวหน้าหน่วยหลิวหลี เจ้าจงพักผ่อนให้ดี ข้าขอตัวลาก่อน” มองตู๋กูหลิวหลีที่สภาพราวกับถูกย่ำยี หลินโม่จึงยอมปล่อยนาง
เด็กน้อย ข้าเป็นถึงผู้อาวุโส จะปราบสาวมนุษย์จิ้งจอกตัวเล็กๆ สักคนไม่ได้เชียวรึ?
......
หลังจากลาตู๋กูหลิวหลี หลินโม่ไปที่ทำการหน่วยวิหคเพลิง
เห็นว่าซ่างกวนอู๋ฉิงยังไม่กลับ จึงจำต้องกลับไปยังกระท่อมไม้วังม่วงสวรรค์
“เฮ้อ ไม่รู้ว่าแม่นางมารนั่นจะกลับเมื่อไหร่”
ไม่รู้เหตุใด หลินโม่เริ่มคิดถึงหลิวจื่อเยียนขึ้นมา
“ตอนนี้คิดมากไปก็ไร้ประโยชน์ รีบใช้เวลาฝึกฝนวิชาให้สูงขึ้นเถิด” ดึงสติกลับมา หลินโม่นั่งขัดสมาธิลงทันที
เริ่มเข้าสู่สภาวะฝึกฝน
หลังจากร่วมบำเพ็ญกับตู๋กูหลิวหลี พลังของเขาก็พัฒนาขึ้นไม่น้อย
ยิ่งถ้าบวกกับร่างเซียนหยางบริสุทธิ์และคัมภีร์มารหยินหยาง หลินโม่รู้สึกว่าขั้นสร้างฐานขั้นปลายก็ไม่ไกลเกินเอื้อมเสียทีเดียว
