นอกจากไอหยินเย็นยะเยือกในร่างจะถูกขจัดสิ้นซากแล้ว
ซ่างกวนอู๋ฉิงยังสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าพลังบำเพ็ญของตนดูจะเพิ่มขึ้นด้วย
“เป็นเพราะพลังวิญญาณพิเศษของไอ้เฒ่าน้อยหรือ? พลังวิญญาณร้อนระอุของเขาดูมีผลไม่ธรรมดาต่อข้า”
ผู้ต้องวิชาจันทรามืด ต่อให้ขจัดไอหยินเย็นยะเยือกในร่างออกแล้ว ในระยะสั้นก็ยังอ่อนแอ
ยิ่งเป็นไปไม่ได้ที่พลังบำเพ็ญจะเพิ่มขึ้น
ดังนั้น นอกจากคำอธิบายนี้ ซ่างกวนอู๋ฉิงก็นึกเหตุผลอื่นไม่ออกแล้ว
ห้องโถง
เมื่อเห็นหลินโม่และซ่างกวนอู๋ฉิงที่ฟื้นคืนดีดังเดิมเดินเคียงบ่าเคียงไหล่ออกมาจากห้อง
ซูเหม่ยอวี้ที่เฝ้าอยู่ด้านนอกตลอด นัยน์ตางามอดจะฉายแววเหลือเชื่อขึ้นมาไม่ได้
“อู๋ฉิง รู้สึกเช่นไรบ้าง?” ซูเหม่ยอวี้เข้าไปถาม
ซ่างกวนอู๋ฉิงยิ้มน้อยๆ กล่าวว่า “รู้สึกไม่เป็นอะไรแล้วเจ้าค่ะ อาจารย์”
ซูเหม่ยอวี้ยังไม่ค่อยเชื่อนัก
เพิ่งสองวันสั้นๆ หลินโม่ก็ขจัดไอหยินเย็นยะเยือกในร่างซ่างกวนอู๋ฉิงหมดแล้ว?
นางจึงใช้พลังวิญญาณตรวจสอบสภาพร่างกายซ่างกวนอู๋ฉิง
เป็นไปตามคาด ทุกอย่างในร่างซ่างกวนอู๋ฉิงปกติดี หาได้ย่ำแย่เช่นก่อนหลินโม่มาไม่
ซูเหม่ยอวี้สูดลมหายใจลึก บนใบหน้าอันแฝงเสน่ห์หลงเหลืออยู่ปรากฏรอยยิ้มอ่อนโยน กล่าวว่า “หลินโม่ ก่อนหน้านี้ข้าประเมินเจ้าต่ำไป”
“ไม่ว่าเจ้าจะใช้วิธีใด ไอหยินเย็นยะเยือกในร่างอู๋ฉิงถูกขจัดหมดสิ้นจริงแท้แน่นอน”
