หลินโม่ครุ่นคิด ไม่ตอบคำถามของซ่างกวนอู๋ฉิงตรง ๆ
แต่กลับถามว่า "เจ้าไม่ถือสาหรือ?"
"เจ้าหมายถึงศิษย์น้องหลิวหลี?"
ซ่างกวนอู๋ฉิงส่ายหน้า ยิ้มน้อย ๆ ว่า "ถ้าถือสา ข้าก็คงไม่ถามเจ้าเช่นนี้"
"ดี! ตราบใดที่เจ้ายินดีรอข้า ภายหน้าข้าจะต้องเป็นคู่บำเพ็ญกับเจ้าให้ได้" หลินโม่ยิ้มบาง หนักแน่นปานจะสาบาน
"วางใจเถิด ชั่วชีวิตนี้ข้าจะรอเพียงเจ้าผู้เดียว"
ทั้งสองสบตากันเปี่ยมล้นด้วยรักลึกซึ้ง บรรยากาศในห้องค่อย ๆ ร้อนแรงขึ้น
ครู่เดียว
หลินโม่ก้มศีรษะลง ครอบครองริมฝีปากแดงงามเย้ายวนของซ่างกวนอู๋ฉิง
ครั้งนี้
ท่วงท่าของหลินโม่นุ่มนวลยิ่ง ดุจสัมผัสทะนุถนอมจากคนรัก
ซ่างกวนอู๋ฉิงมิใช่ผู้ไร้รัก อย่างน้อยในยามนี้นางก็มีใจ
นางตอบรับท่วงท่าของหลินโม่ ดื่มด่ำในอ้อมอกอ่อนโยนของหลินโม่ ปล่อยให้หลินโม่ฉกฉวยความหวานล้ำของนาง
จูบถึงขั้นเร่าร้อน
ซ่างกวนอู๋ฉิงเอนกายลงตามแรง
เป็นสมรภูมิร้อนแรงที่ดุเดือดคลุ้มคลั่งอีกครั้ง
ซ่างกวนอู๋ฉิงทะยานขึ้นสู่ยอดเมฆาแห่งจิตวิญญาณ รู้สึกเพียงความสุขสมบูรณ์ห้อมล้อมรอบกาย
นางไม่อาจพรากจากหลินโม่ได้อีกแล้ว
ความสุขสมและความรู้สึกเปี่ยมล้นของหญิงงามเช่นนี้ เกรงว่ามีเพียงหลินโม่ที่สามารถมอบให้แก่นาง
ทั้งสองนอนพักเนิ่นนาน กระซิบความในใจให้อีกฝ่ายฟัง
จนรุ่งเช้าของอีกวัน
