ลมเย็นพัดเอื่อยในลานเรือน ผิวน้ำในสระพร่างพรายระยิบระยับ
ฉู่เหยียนเหยียนยืนนิ่งอยู่ริมสระนานแล้ว ในมือกำเหยื่อปลาไว้แน่น แต่กลับไม่ได้โปรยลงไปแม้แต่น้อย
ปลาคาร์ปแดงในสระร้อนใจจนว่ายวนไปมา พากันตีน้ำกระเซ็นรอบเท้านาง ราวกับกำลังบ่นอย่างบ้าคลั่งว่า 【ชีวิตปลาแสนลำบาก! นายท่าน ถ้ายังไม่ให้อาหารอีก ข้าคงหิวตายแล้ว!】
ในยามนั้นเอง เสียงล้อรถเข็นบดไปกับพื้นก็ดังมาจากด้านหลัง
เสียงบุรุษนุ่มนวลแผ่วเบาดังตามมา “เหยียนเหยียน เหตุใดจึงไม่ช่วยเล่า?”
ร่างฉู่เหยียนเหยียนแข็งค้างเล็กน้อย ก่อนจะหันขวับกลับไป
เห็นฉู่เอ๋อร์ถูกบ่าวเข็นมาอย่างช้า ๆ คิ้วตาหล่อเหลาซีดเซียวแฝงแววอ่อนโยนและสงสัยอยู่หลายส่วน
“พี่ชาย ท่านได้ยินหมดแล้วหรือ?”
ฉู่เอ๋อร์พยักหน้าเบา ๆ น้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่ากลับแฝงความเข้าใจอยู่เต็มเปี่ยม “อืม ได้ยินแล้ว”
รวมถึงเสียงในใจของเจ้าที่กำลังลังเลไม่ตกลง ข้าก็ได้ยินทั้งหมด
เขายกมือส่งสัญญาณ บ่าวที่อยู่ด้านหลังจึงถอยห่างออกไปอย่างรู้ความ ในลานเรือนพลันเหลือเพียงพี่น้องทั้งสอง
สายตาฉู่เอ๋อร์จับอยู่บนใบหน้าเล็ก ๆ ที่กำลังกลัดกลุ้มของน้องสาว ก่อนเอ่ยถามเสียงเบา
“โรคเรื้อรังที่ติดตัวข้า เจ้ากล้ายืนยันอย่างมั่นอกมั่นใจว่าจะรักษาให้หายได้ แล้วเหตุใดพอเป็นอดีตกั๋วกงผู้พิทักษ์แคว้น กลับไม่ยอมลองรักษาดูสักหน?”
ตอนนั้นเพื่อให้ฉู่เอ๋อร์เชื่อว่านางรักษาโรคของเขาได้ ฉู่เหยียนเหยียนจึงคุยโวเรื่องฝีมือการแพทย์ของตนเสียเกินจริง ครั้นเขาถามเช่นนี้ นางก็รู้สึกลำบากใจ นางมิได้มีฝีมือแพทย์สูงส่งจริง ๆ เสียหน่อย
ในใจนางขมขื่นสุด ๆ
【ช่วยด้วย! ฉันจะอธิบายยังไงดี!】
【ฉันมีแต้มอยู่แค่ 800 แต้ม ถ้าช่วยพี่ชาย ฉันก็ช่วยอดีตกั๋วกงผู้พิทักษ์แคว้นไม่ได้ แต่ถ้าช่วยอดีตกั๋วกงผู้พิทักษ์แคว้น พี่ชายก็อาจจะอยู่ไม่ถึงวันที่ฉันหาแต้มได้ครบ 1,000 แต้ม】