หลังได้ยินเสียงนั้น โจวเว่ยกั๋วก็เข้าสู่สภาวะพร้อมต่อสู้ในชั่วพริบตา นี่คือสัญชาตญาณที่ฝึกฝนมาจากกองทัพ พลังวิญญาณทั่วร่างพลุ่งพล่านขึ้นทันที แรงกดดันของผู้บำเพ็ญขั้นกลั่นปราณปะทุออกมา
ปราณม่วงปกคลุมแขนไว้ พร้อมโจมตีได้ทุกเมื่อ
ขณะเดียวกัน สิ่งมีชีวิตใต้น้ำคล้ายจะสะบัดหางเบา ๆ แล้วก็ไม่มีความเคลื่อนไหวใดอีก ผิวน้ำกลับมาสงบนิ่งดังเดิม
ภายใต้คำเตือนของโจวเว่ยกั๋ว ฟางไป๋กับโจวอวี๋ก็เข้าสู่สภาวะพร้อมต่อสู้ทันทีเช่นกัน ทั้งสองยืนหันหลังชนกัน เร่งเร้าพลังเวทในเส้นชีพจรวิญญาณ
ภายในถ้ำหนาวเหน็บอย่างยิ่ง
โจวอวี๋กลืนน้ำลาย เสียงเบาหวิวเจือความตื่นเต้นอยู่หลายส่วน “ไอ้นี่... จะเป็นปีศาจจริง ๆ หรือเปล่า?”
ไม่มีใครตอบ
โจวเว่ยกั๋วย่อตัวลงครึ่งหนึ่งอยู่ด้านหน้า มือขวายกขึ้นเล็กน้อย ปราณม่วงพันรอบท่อนแขนวูบไหวสว่างบ้างดับบ้าง แสงเผยให้เห็นรอยแผลเป็นเก่าหลายเส้นบนหลังมือ
จู่ ๆ ผิวน้ำก็ไหวเบา ๆ อีกครั้ง ก่อนจะกลับเงียบสงัด มีเพียงหมอกบาง ๆ ลอยขึ้นเหนือผิวน้ำ โจวเว่ยกั๋วปล่อยพลังเวทออกไปตรวจสอบสถานการณ์ใต้น้ำอย่างต่อเนื่อง
ระลอกคลื่นไหวจากบนลงล่าง จากก้นน้ำดันขึ้นมาเป็นระลอกแล้วระลอกเล่า แผ่วเบาจนแทบมองไม่เห็น หากทั้งสามไม่ได้กลั้นหายใจจ้องมองอยู่ คงสังเกตไม่ออก เหงื่อเริ่มซึมตรงขมับของโจวอวี๋ แต่สถานที่แห่งนี้หนาวเกินไป หยาดเหงื่อเพิ่งผุดขึ้นมา ก็ถูกลมพัดจนเย็นวาบ ทำเอาเขาสั่นสะท้าน
แต่ในตอนนั้นเอง ฟางไป๋กลับสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง
ไอเย็น
ความหนาวเย็นรอบด้านไม่ได้มาจากตัวถ้ำ ฟางไป๋ตั้งใจสัมผัสถึงต้นตอของไอเย็น เขาหลับตาลง ใช้ปราณเย็นสำรวจอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะยืนยันได้ว่าไอเย็นนั้นแผ่ออกมาจากสิ่งที่อยู่ใต้น้ำ
