เช้าวันรุ่งขึ้น ฟางไป๋เก็บข้าวของเรียบร้อยแล้วก็แวะไปบ้านโจวอวี๋ เพื่อบอกโจวเว่ยกั๋วว่าตนกำลังจะออกเดินทาง จากนั้นจึงเรียกลมหิมะสายหนึ่ง แล้วมุ่งหน้าไปยังโรงเรียน
จางถูมารอแต่เช้าตรู่ พอเห็นฟางไป๋มาถึงก็ทักทาย “มานี่ ฟางไป๋ สวี่ถงกับจ้าวอี้หมิงมาถึงตั้งนานแล้ว”
ฟางไป๋ร่อนลงจากฟ้า ก่อนเดินดุ่มเข้าไปหาจางถู “อาจารย์จาง พวกเราจะไปนครไท่หวงกันยังไง?” เขาถามพลางเดินไปด้วย
“นครไท่หวงอยู่ไกลจากนครหยางมาก นักบำเพ็ญทั่วไปเดินทางทั้งชีวิตก็ไปไม่ถึง มีเพียงผู้บำเพ็ญขั้นจื่อฝู่ที่ท่องไปในห้วงไท่ซวีได้ ถึงจะออกเดินทางยามอาทิตย์ขึ้นแล้วกลับมาได้ในพริบตา”
“คราวนี้พวกเราจะนั่งเรือเวทไป ระหว่างทางเปลี่ยนค่ายกลส่งตัวอีกไม่กี่ครั้งก็ถึงแล้ว น่าจะใช้เวลาประมาณสามวัน” จางถูอธิบาย
ระหว่างพูดคุยกัน ทั้งสองก็ไปรวมกับจ้าวอี้หมิงและสวี่ถง
“เตรียมพร้อมกันหมดแล้วหรือยัง?” จางถูถาม ทุกคนพากันตอบรับ
เขาเนรมิตเรือลำเล็กขึ้นมา แล้วเหินไปในทิศทางหนึ่ง ข้ามผ่านผืนนาวิญญาณที่กระจัดกระจายรอบนครหยาง และข้ามหอคอยเมืองทีละหลัง
หลังผ่านกำแพงเมืองขนาดมหึมาไป ที่บริเวณรอบนอกสุดของนครหยาง ในที่สุดฟางไป๋และคนอื่น ๆ ก็ได้เห็นเรือเวทที่ใหญ่โตมโหฬารจนบดบังฟ้าดิน
มันยาวหลายกิโลเมตร มีอักขระนับไม่ถ้วนสลักอยู่ทั่วลำ วัตถุวิญญาณฟ้าดินแต่ละชิ้นทำงานร่วมกับค่ายกลภายในเรือ หมุนเวียนและดูดซับพลังอย่างเชื่องช้า
