ภายในรถม้าของจวนหลิน
“จิงเกิ้ง หากแม่มอบสิ่งนี้ให้ลูกพี่ลูกน้องของเจ้า เจ้าจะเคืองแค้นแม่หรือไม่?”
หลินจิงเกิ้งยิ้มกล่าว “จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร นี่เป็นสินเดิมของท่านแม่ ท่านแม่จะจัดการอย่างไรก็ย่อมได้”
“น้าหญิงของเจ้าใช้ชีวิตลำบากในชนบทมามาก บัดนี้บุตรเพียงคนเดียวสอบได้จ้วงหยวน นับเป็นเรื่องน่ายินดี ทว่าราชสำนักแห่งนี้มิใช่สถานที่ที่รับมือได้ง่าย หากพลาดพลั้งเพียงนิดก็อาจพลาดท่าได้” หลินหลิ่วกล่าวอย่างเชื่องช้า “แม่เห็นว่าชิงเฟิงก็ดูไม่ใช่คนฉลาดเฉลียว หากมีผู้คิดร้ายต่อเขา พู่กันด้ามนี้อาจช่วยรักษาชีวิตเขาไว้ได้”
“เจ้าเป็นบุตรของแม่ แม้จะอยู่ในวงขุนนาง อย่างน้อยก็อยู่ใต้บังคับบัญชาของบิดา ตระกูลหลินย่อมคุ้มครองเจ้าได้”
“ต่อให้เจ้าเคืองแค้นแม่ เรื่องนี้ก็เปลี่ยนแปลงไม่ได้ แม่มอบให้เขาไปแล้ว” หลินหลิ่วถอนหายใจ สายตาทอดมองออกไปนอกหน้าต่างรถม้า
หลินจิงเกิ้งกุมมือมารดาเบา ๆ พลางปลอบ “พอแล้วท่านแม่ ข้าไม่เก็บมาใส่ใจหรอก บุตรชายของท่านดูเหมือนคนใจแคบไร้ความสามารถเช่นนั้นหรือ?”
“ใช่ ๆ พวกเจ้าสองพี่น้องล้วนมีอนาคตไกล!” หลินหลิ่วกุมมือลูกชายตอบ สีหน้าเผยความภาคภูมิใจเมื่อพูดถึงเรื่องนี้ “เจ้าไม่รู้หรอกว่าวันนี้ตอนที่พี่สะใภ้ใหญ่ยึดอำนาจดูแลจวนจากเจิงหว่านหรง สีหน้าของนางย่ำแย่เพียงใด!”
หลังข่าวที่เซี่ยชิงเฟิงได้เป็นจ้วงหยวนแพร่กลับมาถึงจวนหลิน หลินเม่าเต๋อก็ออกคำสั่งให้เจิงหว่านหรงมอบอำนาจดูแลจวนแก่ภรรยาของพี่ใหญ่หลินซู่
เขากล่าวว่าในเมื่อนางทนอยู่ร่วมกับผู้อื่นไม่ได้ ก็ให้คนที่ใจกว้างมาดูแลจวนแทน
