ทั้งสองคนเข้าพัวพันต่อสู้กันในทันที
แม้หวังลี่จะเร่ร่อนอยู่ข้างนอกมานาน แต่ถึงอย่างไรเขาก็ทำงานใช้แรงมามาก รูปร่างสูงใหญ่จึงได้เปรียบโดยธรรมชาติ คนงานประจำเรือนแยกผู้นี้หาใช่คู่มือของเขาไม่
“อึก!” คนงานครางอู้อี้ ก่อนก้มตัวลง สีหน้าซีดขาวในพริบตา เขารู้ว่าตนไม่ใช่คู่มือของหวังลี่ ทว่าเพลิงโทสะในใจกลับทำให้ไม่ยอมถอย เขาเงยหน้าขึ้นตะโกนเสียงดัง “ใครก็ได้! มีคนด่าทอใต้เท้าเซี่ย! รีบมาช่วยกันเร็ว!”
เสียงตะโกนนี้ดึงดูดความสนใจจากผู้คนรอบข้างทันที คนงานหลายคนที่กำลังง่วนอยู่กับงาน รวมถึงผู้ลี้ภัยที่เดินผ่านไปมา ต่างหยุดมือแล้วมุ่งหน้ามาทางนี้
เมื่อได้ยินคำว่า “ด่าทอใต้เท้าเซี่ย” สีหน้าของทุกคนก็เคร่งขรึมขึ้นทันที
“ผู้ใดกล้าด่าทอใต้เท้าเซี่ย?” ชายฉกรรจ์คนหนึ่งเบียดฝูงชนเข้ามา จ้องหวังลี่ด้วยดวงตาเบิกกว้างอย่างโกรธเกรี้ยว
“ก็เขานั่นแหละ!” คนงานกุมท้อง ชี้ไปทางหวังลี่พลางกล่าวเสียงดัง
ชายฉกรรจ์ได้ยินดังนั้น สีหน้าก็พลันเคร่งขรึมลง ไม่พูดพร่ำทำเพลง พุ่งเข้าใส่หวังลี่ทันที ชาวบ้านคนอื่น ๆ ก็พากันเข้ามารุมล้อม แม้ปากจะพร่ำบอกว่า “อย่าตีแล้ว อย่าตีแล้ว” แต่มือกลับไม่ยั้ง ซัดใส่ร่างหวังลี่ไม่หยุด
ผู้คนมารวมตัวกันมากขึ้นเรื่อย ๆ แม้แต่คนส่วนใหญ่ที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวก็อยากมาดูความครึกครื้น
บังเอิญเซี่ยชิงเฟิงกำลังตรวจตราเขตเฉินจั๋วอยู่ ความเคลื่อนไหวที่นี่ครึกโครมไม่น้อย จึงดึงดูดความสนใจของเขาในเวลาอันรวดเร็ว
เซี่ยชิงเฟิงส่งสายตาให้เซี่ยอี้ เซี่ยอี้เข้าใจความหมายในทันที จึงรีบไปตรวจดูสถานการณ์
“หยุดมือ! อย่าตีแล้ว!” เซี่ยอี้ตะโกนเสียงดัง ใครจะรู้ว่าท่ามกลางชาวบ้านเองก็มีเสียงตะโกนว่า “อย่าตีแล้ว” อยู่ไม่น้อย ทว่ามือที่ฉวยโอกาสซัดหวังลี่ของพวกเขากลับไม่หยุด เสียงห้ามของเซี่ยอี้จึงไม่ได้ผลเลย
