“ข้าไม่เชื่อ! ข้าไม่เชื่อว่าเด็กน้อยคนหนึ่งจะสอบได้อันดับหนึ่งในการสอบระดับจังหวัด!” บัณฑิตคนหนึ่งกล่าวอย่างตื่นเต้น “ไม่แน่ว่าเบื้องหลังอาจมีเรื่องไม่โปร่งใส!”
“ระวังคำพูด!” สหายร่วมสำนักของบัณฑิตผู้นั้นรีบปิดปากเขา คำพูดเช่นนี้มิใช่สิ่งที่กล่าวส่งเดชได้ ใต้เท้าเจ้าเมืองย่อมมีเหตุผลในการตัดสินใจ แล้วผู้เข้าสอบที่ยังไม่มีแม้แต่ตำแหน่งทางวิชาการเช่นเขาจะกล้าตั้งข้อสงสัยต่อใต้เท้าเจ้าเมืองได้อย่างไร
“หากพวกท่านไม่เชื่อ อีกไม่กี่วันรอดูบทความของผู้สอบติดห้าอันดับแรกที่ประกาศไว้ก็สิ พวกท่านลองดูว่าผู้อื่นเขียนได้ดีกว่าตรงไหน แล้วจะเข้าใจเอง” ผู้เข้าสอบที่มีสติคนหนึ่งเอ่ยขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นการสอบระดับอำเภอหรือการสอบระดับจังหวัด โดยทั่วไปกระดาษคำตอบของผู้สอบติดห้าอันดับแรกจะถูกนำไปประกาศไว้ข้างป้ายแดง จนกว่าจะเริ่มการสอบระดับจังหวัดในรอบถัดไปจึงค่อยเปลี่ยนออก
“ว่าแต่เซี่ยชิงเฟิงผู้นี้เป็นใครกัน เหตุใดจึงมีความสามารถถึงเพียงนี้” บัณฑิตจากอำเภออื่นถามบัณฑิตจากอำเภอยวี่เฟิงด้วยความสงสัย
“ได้ยินว่าเซี่ยอันดับหนึ่งมีความจำเป็นเลิศ เพียงอ่านครั้งเดียวก็จำได้” บัณฑิตจากอำเภอยวี่เฟิงเองก็ไม่ยอมรับในตอนแรก จึงออกตามสืบประวัติของเซี่ยชิงเฟิงไปทั่ว
ผลปรากฏว่าเขาเรียนอยู่ในสำนักศึกษาของบัณฑิตชนบทแห่งหนึ่ง ในสำนักศึกษานั้นยังมีอดีตเพื่อนร่วมสำนักที่กลับมาเรียนต่อและเตรียมสอบระดับอำเภออีกครั้ง หลังจากถามไถ่จึงรู้ว่าเด็กหนุ่มเซี่ยชิงเฟิงผู้นี้มีความจำเป็นเลิศ เพียงอ่านครั้งเดียวก็จำได้
พ่ายแพ้ให้แก่ผู้มีพรสวรรค์เช่นนี้ก็นับว่าไม่เสียหาย
“จำได้เพียงอ่านครั้งเดียวงั้นหรือ?!”
“มิน่าเล่า หากพรสวรรค์เช่นนี้ตกอยู่ในมือข้า อย่าว่าแต่ถงเซิงเลย ต่อให้เป็นจวี่เหริน ข้าก็ยังใฝ่ฝัน!”
“เช่นนั้นข้าก็ตั้งตารอดูบทความของเซี่ยอันดับหนึ่งที่อายุยังน้อยผู้นี้แล้ว ว่าเขาจะเขียนออกมาเช่นไร ถึงกับเอาชนะเหลียนอี้จื้อแห่งอำเภออวี๋เซียนได้”
