“พี่ กินข้าวหรือยัง? ข้ามีของดีจะให้พี่กิน รับรองว่าพี่ไม่เคยกินมาก่อนแน่” ซุนต้าหย่งรีบอวดไส้ใหญ่หมูที่เพิ่งซื้อมา
พี่ชายของซุนต้าหย่งถอนหายใจ “ยังไม่ได้กินเลย นังเมียนั่นดุชะมัด ข้าแค่เผลอทำชามแตกใบเดียว นางก็บ่นไม่หยุด พอข้าเถียงไปสองสามคำ เราสองคนก็ทะเลาะกันเสียแล้ว วันนี้หากข้าไม่ออกมา นางคงพาลูกกลับบ้านเดิมกลางดึกคนเดียวเป็นแน่!”
“ไม่เป็นไร พรุ่งนี้เช้าให้เมียข้าไปช่วยเกลี้ยกล่อมพี่สะใภ้เอง คนในครอบครัวเดียวกัน ย่อมต้องปรองดองกันเป็นสำคัญ” ซุนต้าหย่งเองก็ไม่รู้จะพูดอะไรในยามนี้
“ได้ เช่นนั้นคงต้องรบกวนเมียเจ้าแล้ว”
“รบกวนอะไรกัน คนในครอบครัวเดียวกันทั้งนั้น ว่าแต่พี่ออกไปเที่ยวหอนางโลมมาหรือ?”
“ข้าจะกล้าได้อย่างไร! ฟ้าดินเป็นพยาน เงินทั้งหมดข้ายกให้พี่สะใภ้เก็บไว้แล้ว มิฉะนั้นข้าจะมารบกวนน้องชายกลางดึกเช่นนี้ทำไม” พี่ชายซุนต้าหย่งถอนหายใจอีกครั้ง “แม้แต่เงินพักโรงเตี๊ยมข้าก็ยังไม่มี”
ซุนต้าหย่งรู้สึกเห็นใจพี่ชายอยู่บ้าง ทว่าเรื่องในครอบครัวของพี่ชาย เขาก็ไม่สะดวกจะซักถามมากนัก จึงรู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อย
“เฮ้อ ไม่พูดถึงนังเมียนั่นแล้ว น้องชาย ของที่เจ้าว่าจะให้ข้ากินคืออะไร? ปกติเจ้าเลือกกิน ของที่เจ้าแนะนำคงไม่เลวแน่”
พอพูดถึงไส้ใหญ่หมู ซุนต้าหย่งก็มีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที “พี่ใหญ่ มาดูของกินนี่สิ ข้าเพิ่งซื้อมาเมื่อครู่นี้ หอมจริง ๆ!”
พี่ชายขยับเข้ามาดูใกล้ ๆ “เอ๊ะ! นี่มันไส้ใหญ่หมูไม่ใช่หรือ?”
