บทที่ 102 อาจารย์
หวังซานเหมยพิงกรอบประตู เคี้ยวเมล็ดแตงพลางถ่มน้ำลายกระเด็นลงบนพื้นหินเขียว
แม้ช่วงนี้ครอบครัวของนางจะรุ่งเรืองมีหน้ามีตา ชาวบ้านหลายคนต้องพึ่งพาพวกเขา ทว่าขณะนี้ทุกคนยังไม่อยากล่วงเกินครอบครัวเซี่ยชิงเฟิง หลังนางพูดจบจึงไม่มีใครรับคำ
ประตูใหญ่ของตระกูลเซี่ยส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเปิดแง้มออก นางจางยกถังปัสสาวะสำหรับรดผัก วิ่งพรวดออกมาแล้วสาดใส่หวังซานเหมย
หวังซานเหมยร้องโอดโอยพลางกระโดดถอยหลัง แม้นางจะหลบได้อย่างรวดเร็ว แต่กางเกงผ้าไหมสีแดงสดตัวใหม่ก็ยังเปื้อนคราบเหลืองอยู่หลายจุด นางโกรธจนกระทืบเท้า
นางจางวางถังปัสสาวะกระแทกลงบนธรณีประตูหินเขียว เท้าเอวหัวเราะเยาะ “ข้านึกว่าใครมาเที่ยวคุ้ยเขี่ยอยู่ใต้รั้ว ที่แท้ก็เป็นเจ้า หญิงชั่วใจดำอายุสั้น! ชอบนินทาคนอื่นนักหรือ ถึงได้เลี้ยงลูกอย่างเซี่ยซื่อออกมาได้ รากเหง้าตระกูลเจ้าถูกเจ้าคุ้ยเขี่ยจนเสียหายหมดแล้ว!”
คำพูดของนางจางแทงใจดำหวังซานเหมยเข้าอย่างจัง นางโกรธจนโยนเมล็ดแตงในมือทิ้ง เตรียมเข้าไปตบตีกับนางจาง
ขณะที่กำลังถกแขนเสื้อขึ้น จู่ ๆ ก็มีแรงดึงจากด้านหลังฉุดนางจนเซ เกือบล้มลงกับพื้น หวังซานเหมยหันกลับไปมอง ที่แท้เป็นลูกสะใภ้คนโตของตน
สวรรค์! ลูกสะใภ้กล้าลงมือกับแม่สามีแล้วหรือ?!
ใบหูของหวังซานเหมยร้อนผ่าว นางเงื้อมือกลับไปหมายจะข่วนหน้าลูกสะใภ้คนโต ระบายโทสะที่ยังไม่ได้ระบายกับนางจางใส่ลูกสะใภ้
ทว่าลูกสะใภ้คนโตมิใช่คนอ่อนแอเหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว นางตบหวังซานเหมยฉาดหนึ่ง
เสียงเพียะดังใสกังวาน หวังซานเหมยถึงกับมึนงงไปชั่วขณะ
