เซี่ยชิงเฟิงค่อย ๆ เผาจดหมายทิ้ง เปลวเทียนวูบไหวอยู่ในดวงตาของเขา เขาส่งคนออกตามหามากมาย ทว่าสุดท้ายกลับไร้ข่าวคราว ดวงตาแดงก่ำด้วยเส้นเลือดฝอย ปลายนิ้วลูบขอบกระดาษโดยไม่รู้ตัว
เขาจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าการผลัดเปลี่ยนบัลลังก์ย่อมส่งผลกระทบไปทั่วหล้า? แต่ถึงจะร้อนใจ เขาก็ทำอะไรไม่ได้ เซี่ยชิงเฟิงกำป้ายหยกที่เอวซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจผู้ว่าการไว้เบา ๆ สัมผัสเย็นเยียบกลับไม่อาจขจัดความร้อนชื้นในฝ่ามือ
ก่อนหน้านี้ตอนยังเข้าสอบขุนนาง เขาเคยเขียนถึงการทำเพื่อประชาชนไว้ใต้พู่กันนับครั้งไม่ถ้วน แรกเริ่มก็เพียงต้องการให้ตนเองกับครอบครัวมีชีวิตรอดในยุคสมัยนี้ ทว่าหลังผ่านเรื่องราวทั้งหลายที่ชายแดนและเมืองหลินผิงมาแล้ว ความเร่าร้อนในใจของเขาก็ไม่ได้พลุ่งพล่านขึ้นเพียงเพื่อผลได้ผลเสียส่วนตัวอีกต่อไป
เขาเริ่มมีปณิธานทางการเมืองของตนเองแล้ว ทว่าการหายตัวไปของเซียวหยุนซูและการสวรรคตของเซียวคังหยวน ราวกับสวรรค์จงใจเหยียบย่ำปณิธานของเขาอย่างแรง จู่ ๆ เขาก็รู้สึกว่าทุกอย่างช่างยากเย็นเหลือเกิน
ความวุ่นวายกำลังจะเริ่มขึ้นอีกครั้ง
หากเซียวหยุนซูไม่ได้ขึ้นครองบัลลังก์ โอกาสที่เขาจะถูกย้ายจากเมืองหลินผิงกลับเมืองหลวงคงริบหรี่ยิ่ง อย่างน้อยก็คงต้องอยู่ที่นี่สัก 20 ปี และอาจยืดเยื้อไปไม่มีกำหนด อีกทั้งเขาไม่รู้จักนิสัยใจคอของฮ่องเต้พระองค์ต่อไปแม้แต่น้อย คนที่มิได้เกี่ยวดองหรือสนิทสนมกัน จะไว้วางใจเขาได้อย่างไร
ถอนหายใจแล้วถอนหายใจอีก ไม่รู้ว่าไปทำเวรทำกรรมอันใดไว้ ถึงได้โชคร้ายเช่นนี้ สวรรค์เฒ่าจงใจกลั่นแกล้งเขาหรือไร!
