รถม้าของเจิงหยวนไว่จอดหน้าจวนเซี่ย เขาลงจากรถอย่างเร่งร้อน ไม่ทันจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยก็สาวเท้าไปยังประตูใหญ่ เซี่ยอี้รออยู่ตรงนั้นมานานแล้ว ครั้นเห็นเจิงหยวนไว่ก็รีบก้าวเข้ามาต้อนรับ “นายท่านเจิง ท่านมาถูกเวลาแล้ว ใต้เท้าของข้ากำลังรอท่านอยู่ในห้องหนังสือ”
ใจของเจิงหยวนไว่กระตุกวูบ ลอบคิดว่าเป็นเขาจริง ๆ ด้วย เขาสูดหายใจเข้าลึก ๆ ข่มความกระวนกระวายในใจ แล้วตามเซี่ยอี้ผ่านระเบียงไปยังห้องหนังสือของเซี่ยชิงเฟิง
“ใต้เท้าเซี่ย...” เจิงหยวนไว่ฝืนสงบใจ ทว่าน้ำเสียงกลับสั่นเล็กน้อย
เซี่ยชิงเฟิงเงยหน้าขึ้น สายตาเฉยเมยกวาดผ่านเจิงหยวนไว่ มุมปากยกยิ้มแฝงความหมาย “นายท่านเจิงมาถูกเวลาแล้ว ข้าได้ดื่มชาหมอกเมฆาจากสวนชาทางตะวันออกของเมือง ต้องขอบคุณนายท่านเจิงมาก”
เจิงหยวนไว่รีบประสานมือคำนับ “ใต้เท้าชอบก็ดีแล้ว เพียงแต่สวนชานั้น... หวังว่าใต้เท้าจะเมตตา ปล่อยข้าน้อยไปสักครั้ง”
เซี่ยชิงเฟิงค่อย ๆ นั่งหลังตรง วางหมากสีขาวลงบนกระดานอย่างส่งเดช “เมตตาอย่างนั้นหรือ? นายท่านเจิงรู้หรือไม่ว่า ชาวบ้านหมู่บ้านตระกูลหวังต้องทนทุกข์เพียงใดเพราะแหล่งน้ำแห่งนั้น?”
“อย่างไร? ชาวบ้านใต้ปกครองของข้าสมควรดื่มแต่น้ำโคลนที่ตักขึ้นมาจากหลุมไว้ให้สัตว์กินกระนั้นหรือ?”
แผ่นหลังของเจิงหยวนไว่ชุ่มเหงื่อ เขานึกถึงคำที่พ่อบ้านรายงานเมื่อสัปดาห์ก่อน “นายท่าน หลังจากพวกเราตัดแหล่งน้ำนั้น บ่อน้ำในหมู่บ้านตระกูลหวังก็แห้งขอดแล้วขอรับ”
เวลานั้นเขากำลังเล่นตลับยานัตถุ์ใบใหม่ในมือ จึงโบกมือส่ง ๆ “ส่งข้าวหยาบไปให้พวกเขาสองกระสอบ แค่นั้นก็จัดการได้แล้ว” พวกบ้านนอกยากจนที่อ่านหนังสือไม่ออกสักตัว ยังกล้ามาร้องเรียนเขาที่ศาลาว่าการอีกหรือ?
