“เอาเลย หลายปีผ่านไป ข้าจะลองดีกับเจ้าดูสักตั้งว่าแข็งแกร่งขึ้นแค่ไหน!”
หลินเย่าดวงตาเย็นเยียบ เท้าทั้งสองกระทืบพื้นอย่างแรง พื้นดินสั่นสะเทือนรุนแรงทันที
พุ่งเข้าหาเซวี่ยหมิงด้วยความเร็วสูงราวสายฟ้าแลบ
ทุกกระบวนท่าเต็มไปด้วยพลังอำนาจที่ดุดันบ้าคลั่ง
เพียงสัมผัสได้ถึงพลังปราณที่ดุดันก็ทำให้หนังศีรษะชาไปทั้งแถบ
“หึ… ไปตายซะ!”
เซวี่ยหมิงเห็นหลินเย่าพุ่งเข้าใส่ก็ไม่ยอมอ่อนข้อให้ เข้ารับมือโดยตรง!
เมื่อสถานการณ์มาถึงขั้นนี้ ก็ต้องลงไม้ลงมือกันเต็มกำลังสักยก
ตูม! ตูม! ตูม!
พลังปราณดาษดื่นปะทุเข้าใส่กันอย่างไร้ลูกเล่น แผ่กว้างไกลออกไป
ยอดเขาทั้งลูกสั่นสะเทือน กระแสลมกรรโชกรุนแรง พัดก้อนหินและทรายกระจายทั่ว
ไร้ซึ่งเทคนิค ล้วนเต็มไปด้วยเจตนาสังหารที่เปลือยเปล่า!
ชั่วพริบตา ทั้งสองฝ่ายประมือกันหลายสิบกระบวนท่า
ผู้ที่ยืนดูเหตุการณ์ต่างใจเต้นตึกตัก
พานหยางอุทานด้วยความทึ่ง
“ไอ้ปีศาจโลหิตนี่ร้ายกาจสมคำร่ำลือจริง ๆ ประมือกับผู้อาวุโสรองอยู่เป็นนาน สุดท้ายก็มิได้เสียเปรียบเลยแม้แต่น้อย นี่มันต้องไม่ลืมว่าผู้อาวุโสรองก็เป็นยอดฝีมือที่ก้าวเข้าสู่ขั้นเซียนเทียนมาหลายปีแล้ว”
หลินเสวียนกลับมั่นอกมั่นใจเป็นที่สุด
“ท่านปู่รองของข้าไร้ผู้ต้านทาน มีท่านอยู่ ไม่ว่าปีศาจโลหิตจะร้ายกาจแค่ไหน ก็ไม่มีทางสู้ได้”
เมื่อเห็นกำลังเสริมจากตระกูลหลินมา หลินเสวียนก็ฮึกเหิมขึ้นมาอีกครั้ง
มิหนำซ้ำยังย่ามใจชะเง้อคอพลางเหลือบมองหลี่มั่วเสวียนที่ยืนดูอยู่ข้าง ๆ
กัดฟันกรอด ๆ เห็นได้ชัดว่ายังคงโกรธเคืองเรื่องก่อนหน้านี้อยู่
ส่วนเซี่ยงเผิงกับพวกรู้สึกได้ถึงสายตาของคุณหนูตระกูลหลินเช่นกัน
อดเสียวสันหลังวาบไม่ได้
