หลี่มั่วเสวียนยิ้มบาง
“ดูท่าทางเจ้าสำนักคงรู้เรื่องหมดแล้วสินะ!”
“เมื่อเจ้ารู้แล้ว ข้าก็จะไม่พูดมาก หินวิญญาณหนึ่งแสน ถ้าไม่อย่างนั้น…”
ฉื้อเฟิงรู้สึกเสียวสันหลังจนเกร็ง ส่ายหน้าอย่างจนใจ!
“สหายน้อยไม่ต้องกังวล หลินเหวยนั่นไม่นับว่าเป็นศิษย์จวนโลหิตของเราอีกแล้ว อีกอย่างหินวิญญาณหนึ่งแสน ต่อให้เป็นสำนักเร้นลับอย่างพวกเราก็ยังเป็นตัวเลขมหาศาล!”
“ถึงขั้นฆ่าล้างจวนโลหิตทั้งตระกูล ข้าก็เอาออกมาไม่ได้!”
“พวกเรารวบรวมจนสุดแล้วยังไม่ถึงสองพัน!”
“ได้! งั้นก็ไม่ถึงสองพัน เอาออกมาให้หมด ขาดไปสักก้อนไม่ได้!”
จู่ ๆ หลี่มั่วเสวียนก็กลายเป็นคนพูดง่ายขึ้นมา
ฉื้อเฟิงทำหน้าเครียด “…”
บรรดาผู้อาวุโสที่อยู่ในเหตุการณ์ “…”
นี่มันคนหรือเปล่าวะ?
นี่มันฉ้อโกงกันชัด ๆ
บางครั้งพวกเขาก็อยากจะแจ้งตำรวจจริง ๆ!
ฉื้อเฟิงส่งเสียงเหอะ
“หินวิญญาณ มี! แต่ต้องดูว่าเจ้าจะมีความสามารถพอจะเอาไปได้หรือเปล่า!”
ถึงหลี่มั่วเสวียนจะแข็งแกร่ง แต่ฉื้อเฟิงเองก็เป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับยุทธ์วิญญาณ
จะยอมแพ้โดยไม่สู้แล้วให้หินเป็นการชดใช้
จวนโลหิตของเขาจะไม่ต้องการหน้าได้ยังไง?
หลี่มั่วเสวียนหัวเราะหึหึ
“ถึงเจ้าจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับยุทธ์วิญญาณ แต่ก็ยังไม่น่าดูนัก อยากโดนต่อยหรือ? ได้สิ ข้าจัดให้!”
แม้จะบอกว่าระดับยุทธ์วิญญาณเทียบเท่าได้กับผู้บำเพ็ญระดับกำเนิดปฐม
แต่ความสามารถในการต่อสู้ที่แท้จริงของอีกฝ่ายจะถึงขั้นต้นของระดับโกลาหลหรือเปล่ายังยากจะบอกได้
อย่าว่าแต่หลี่มั่วเสวียนเลย เขามีไม้เด็ดเพียบ
“งั้นก็ต้องขอลิ้มรสสักหน่อย!”
ฉื้อเฟิงสูดลมหายใจลึก
เท้าขวาเลื่อนไปข้างหน้าหนึ่งก้าว
หมุนวงแขน สะบัดสองมือร่ายอาคมอย่างรวดเร็ว
คลื่นพลังงานอันน่าสะพรึงกลัวพวยพุ่งออกมา
กระทั่งผู้อาวุโสในที่นั้นหลายคนที่อยู่ในระดับขั้นสะพานสวรรค์หรือเทพนักรบยังถูกคลื่นพลังผลักจนกระเด็นถอยไป
