“ฉันจะเป็นผู้ค้ำประกันให้เธอ แค่ชี้ตัวผู้ครอบครองหนังสือต้องห้ามฉบับพิมพ์สักคนหนึ่ง ในการ ‘ชำระล้าง’ ครั้งนี้ก็จะเผาเพียงหนังสือต้องห้ามเท่านั้น เธอจะยังมีชีวิตอยู่!”
“การ ‘ชำระล้าง’ ทุกครั้ง ทุกคนในสมาพันธ์พ่อมดศักดิ์สิทธิ์ล้วนต้องเข้าร่วม หลังจากเธอทำงานที่นี่ก็น่าจะเคยเห็นมาหลายครั้ง? รู้ใช่ไหมว่าพวกนอกรีตทุกคนที่ถูกจับได้สุดท้ายแล้วเป็นอย่างไร?”
ประมุขเตือนและถามเธอว่า “นี่คือโอกาสสุดท้ายของเธอ ฉันแจ้งคนของกองอัศวินแล้ว ในไม่ช้าพวกเขาก็จะมาที่สมาพันธ์ หลังจากถูกนำตัวไปคุมขัง เธอจะไม่มีโอกาสพิเศษในการชี้ตัวแบบนี้อีก! นี่ฉันดูที่เธอเข้ามาในสมาพันธ์ด้วยคะแนนยอดเยี่ยม และทำงานให้สมาพันธ์มาระยะหนึ่งแล้ว จึงให้สิทธิพิเศษเป็นกรณีพิเศษ”
หลังจากถูกดึงตัวออกมาจากฝูงชน ผู้ช่วยที่เงียบงันเอ่ยคำแรกออกมาในที่สุด
“ไม่มีใครให้ฉัน”
บนใบหน้าของเธอไร้ซึ่งแววหวาดกลัวโดยสิ้นเชิง ย้ำอีกครั้ง “ไม่มีใคร”
“โกหกทั้งเพ!” ประมุขโกรธจนด่าทอ “มันเป็นฉบับคัดลอกลายมือ! บนนั้นเต็มไปด้วยคำสาปที่เปี่ยมด้วยพลังคาถา! ต้องเป็นพวกนอกรีตส่งต่อให้แกแน่! ช่างเลวทรามนัก เป็นอย่างนี้อีกแล้ว อีกแล้วที่เลือกตายเพื่อปกปิดความจริง! สมองพวกแกพังหมดแล้ว! พรุ่งนี้จะถูกเผาทั้งเป็น ไม่รู้สึกกลัวบ้างหรือ!”
“กลัวหรือ?” ผู้ช่วยก็ยอมแตกหัก เธอสะบัดมือของประมุขออกอย่างแรง หัวเราะเย็นชา “ฉันเพียงรู้สึกเสียดาย ที่คัดลอกฉบับใหม่ไม่เสร็จ เพื่อส่งต่อให้คนต่อไป”
เสียงของผู้ช่วยค่อยๆ ดังขึ้น ขณะพูดเธอหายใจสม่ำเสมอ ดูไม่ใช่การแก้ต่างต่อประมุข หากเหมือนเป็นการพูดให้ผู้ช่วยที่มุงอยู่ด้านหน้าและเต็มไปด้วยความสงสัยต่อการ ‘ชี้ตัว’ ที่คลุมเครือนี้ได้ฟัง
