ป๋อซือเอ่ยว่า “มนุษย์อย่างพวกคุณเวลานอนไม่ใช่ต้องนอนบนเตียงหรอกหรือ”
“แล้วคุณทำไมถึงนอนบนพื้น”
ความง่วงของลู่หลีจางหายไปกว่าครึ่ง
เขากอดหมอนและผ้าห่มไว้แน่นอย่างกระวนกระวาย ค่อย ๆ นอนลงบนเตียงฝั่งที่ห่างจากป๋อซือมากที่สุด
มองมุมเล็ก ๆ ที่เพิ่งย้ายออกไปยังหลงเหลือความอบอุ่นด้วยแววอาลัยอาวรณ์
ลู่หลีกอดผ้าห่มแน่น ฝังหน้าลงไปในนั้น
เบะปากอย่างไม่พอใจ
นอนบนพื้นไม่ได้แล้วสิ
ต้องดูเป็นมนุษย์มากขึ้น ต้องเหมือนกับคนอื่น ๆ นอนบนเตียง
ใช่แล้ว เขาคือมนุษย์...
ความรู้สึกว่างเปล่าทั้งซ้ายขวาทำให้จิตใจของเขาเลือนลางไปชั่วขณะ
นอนตะแคง นอนหงาย นอนคว่ำ
ไม่ว่าจะนอนท่าไหนก็ไม่ถูกต้อง
เหยียดแขนออกไป ก็แตะไม่ถึงขอบเตียงเลยสักครั้ง
เหมือนกำแพงห้องทดลองอย่างไรอย่างนั้น
ไม่ว่าเขาจะออกแรงแค่ไหน ยื่นมือออกไป ก็ควานหาไม่เจอ
ลู่หลีหลับตาลง เสียงหึ่งในหูเริ่มดังขึ้น ในความมึนงงรู้สึกเหมือนย้อนกลับไปยังห้องทดลองที่เคยอยู่มายี่สิบปี
อาการชาราวกับไฟฟ้าสถิตที่ไม่มีอยู่จริงเริ่มแผ่ซ่านจากปลายนิ้ว
นักวิจัยส่องไฟฉายแรงสูงใส่ดวงตาของเขา อ้าปากที่มืดมิดดำทะมึน ตะโกนเสียงดังว่า
“มันจะหลับอีกแล้ว ใช้ไฟฟ้าช็อต ทำให้มันตื่น!”
“ยังไม่ม่านตาขยาย ยังฝืนได้อีกอย่างน้อยสิบวัน การทดสอบการนอนหลับดำเนินมาได้สามเดือนกว่าแล้ว มันอดนอนได้นานขนาดนี้ เป็นปาฏิหาริย์อย่างแท้จริง! ไม่มีสิ่งทดลองไหนโดดเด่นไปกว่ามันอีกแล้ว!”
“ฮ่า ๆ ยังดิ้นรนเหมือนแมลงตัวหนึ่ง น่าขำนัก! ดึงมันออกมา! ดึงแขนขาทั้งสี่ออกให้หมด วันนี้ต้องศึกษาอวัยวะของมันไปพร้อมกัน ฉันจะผ่าหัวใจของมันออกมาก่อน! ทดลองตั้งหลายครั้ง อวัยวะของมันไม่เหมือนมนุษย์เลย เคลื่อนที่ไปแล้ว มีที่ไหนหัวใจเต้นอยู่ตรงกลาง?”
