ลู่หลีหยิบการ์ดขึ้นมา ด้านหน้าวาดภาพทะเลเปลี่ยวและดวงจันทร์
ด้านหลังเขียนข้อความว่า:
[พ่อบุญธรรมแอบไปขโมยหนังเนื้อแดงกลับมาทุกครั้ง บังคับให้ฉันกินลงไป ฉันเคยคิดจะหนีไปมากกว่าหนึ่งครั้ง แต่ไม่รู้จะไปที่ไหนได้ ฉันตัดสินใจเก็บไซเรนไว้ในใจ จะไม่มีวันไปพบเขาอีก ให้เขาเกลียดฉันเสียเถอะ ส่วนตัวฉันเอง ก็ได้ทำสิ่งที่ไม่อาจแก้ไขกลับคืนมาได้แล้ว]
[บาดแผลที่มือค่อยๆ หายดี ที่แท้พ่อบุญธรรมต้องการให้ฉันช่วยล้างชาม หั่นเนื้อ ทำงานสองอย่างในครัวหลัง เขาเองจะไปประจบชนชั้นสูงชั้นสอง ชั้นหนึ่ง เขาบ่นไม่หยุดว่าปะการังแดงที่ฉันนำกลับไปตอนนั้นเล็กเกินไป ถ้าใหญ่พอ เขาก็จะได้เป็นชนชั้นสูงชั้นหนึ่งแล้ว]
[ตอนเป็นคนจน อยากเป็นคนรวย ต่อมาอยากเป็นชนชั้นสูง ตอนนี้อยากเป็นชนชั้นสูงชั้นหนึ่ง กิเลสตัณหาไม่มีวันสิ้นสุด เมื่อไหร่จะถึงจุดจบเสียที]
[วันนั้นฉันออกประตูเล็กครัวหลัง เดินตามป่าไปเรื่อยๆ กลับไปถึงชายทะเล ฉันนั่งลงที่ชายหาด จู่ๆ เขาก็ปรากฏตัวขึ้น! เขาหาฉันจนพบ!]
[เขาอยากจับมือฉัน แต่กลับชะงักกะทันหัน พูดด้วยความดีใจว่าจากตัวฉันได้กลิ่นของเผ่าพันธุ์เดียวกัน เขาช่างไร้เดียงสา คิดว่าเป็นความรักที่สะเทือนถึงดวงจันทร์ ทำให้ฉันมีพลังของไซเรน ไม่ต้องจัดพิธีสมรสก็ลงทะเลได้อย่างอิสระ ที่จริงแล้วเป็นเพราะฉันกินหนังของคนเผ่าเขา]
[ดังนั้นมือที่ฉันยื่นออกไป อยากจะจับมือเขาตอบ ก็เลยชะงักไปเช่นกัน]
[ไซเรนพูดว่า: งานแต่งของเราเลื่อนออกไปก่อนได้ เป็นฉันเองที่ให้เวลาเธอรอไม่พอ ครั้งนี้ ฉันจะอดทน รอให้ถึงคืนเดือนเพ็ญครั้งหน้า เราแต่งงานกันดีไหม]
[จากที่พลาดการพบหน้ากับเขา ไปจนถึงพลาดงานวิวาห์กับเขา ไม่ว่าฉันพยายามขัดขืนอย่างไร ดูเหมือนเราจะคลาดกันไปนิดเดียวเสมอ]
[ฉันอยากจะลูบผมเขาเหมือนที่เคย ทว่าครั้งนี้กลับทำได้เพียงผลักเขาออกไปอย่างแรง กล่าวว่า: ฉันไม่ได้รักเธอแล้ว ฉันไม่อยากแต่งงานกับเธอ ฉันเสียใจ]
[ฉันหมุนตัวจากชายทะเล เขาพิงอยู่บนโขดหินชายฝั่งอย่างงุนงง เอ่ยถามว่า ปะการังแดงไม่สวยพอหรือ ไข่มุกไม่ใหญ่พอหรือ]
[ฉันบอกว่าไม่ใช่ เป็นเพราะใจฉันเปลี่ยนไปแล้ว มนุษย์ก็ช่างเสแสร้ง กลับกลอกเช่นนี้]
