ปากกาขนนกของป๋อซือหยุดนิ่งบนกระดาษ เกิดรอยหมึกหลายจุดเพราะเหม่อลอย
การจัดวางห้องเขาออกแบบใหม่ด้วยตัวเอง
หลังจากจัดวางแบบนี้ ทุกคืนที่ทำงานก็จะหันหลังให้ลู่หลี
มองไม่เห็นตัวคน
ก็จะไม่ถูกรบกวนหรือมีผลกระทบง่าย ๆ
แต่คืนนี้เป็นวันแรกที่ใช้เตียงใหม่
มองเอกสารอยู่แท้ ๆ แต่ใจกลับอ่านไม่เข้าหัว
ในหัวมักจะมีภาพตอนที่ลู่หลีนอนบนเตียงด้วยความทรมานและหลบหนีครั้งก่อนลอยขึ้นมา
ป๋อซือค้นพบว่า ต่อให้หันหลังให้ ก็ยังถูกรบกวนอยู่ดี
เขาหันกลับไปอย่างแนบเนียน สังเกตดูว่าลู่หลีปรับตัวเข้ากับเตียงใหม่ได้แค่ไหน
ไม่คิดว่าลู่หลีจะหัวถึงหมอนก็หลับเลย
แถมท่านอนยังประหลาดอีก
มือข้างหนึ่งแนบกับหมอนราวกับของล้ำค่า
ส่วนมืออีกข้าง แอบจับชายเสื้อคลุมของเขาเอาไว้เงียบ ๆ
ถ้าเขาไม่ได้หันกลับมามองพอดี ก็คงไม่รู้เรื่องบังอาจนี้เลย
ข้างหูมีเสียงหายใจสม่ำเสมอดังมา
ป๋อซือแน่ใจว่าลู่หลีไม่ได้แกล้งหลับ คราวนี้เขาหันกลับมา มองลู่หลีอย่างเปิดเผย
คนหนุ่มหลับตานอนตะแคงอย่างสงบ ผิวถูกขับให้ขาวผ่องยิ่งขึ้นด้วยเตียงสีดำสนิท นิ่งสนิท แต่กลับเหมือนกำลังเปล่งประกายในอ้อมกอดของความมืด
ป๋อซือมองอยู่ครู่หนึ่ง
ยื่นมือออกไป ปัดปอยผมสีเงินปรกหน้าผากของลู่หลีไปทัดหลังหู
ป๋อซือคิดว่า ผมยุ่งตอนนอนเหยิง แล้วยังมาปรกหน้าอีก
พรุ่งนี้เช้าตื่นขึ้นมา ก็จะถูกเส้นผมตำตา
เขาช่วยจัดให้ด้วยความหวังดี
เหมือนครั้งก่อนบนรถชมวิว
-
ได้นอนหลับสบายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ความรู้สึกจากการใช้เตียงนี้ของลู่หลียอดเยี่ยมมาก คะแนนในใจพุ่งแซงพื้นราบแบบทิ้งห่าง
ตอนก่อนออกจากประตูห้อง เขายังกอดป๋อซือด้วยความดีใจอย่างมีมารยาท
“ป๋อซือ ขอบใจนะ”
“ฉันเดาว่าเธอต้องใช้ความตั้งใจไม่น้อยเลยกว่าจะได้เตียงนี้มา”
“ฉันชอบมันมาก และตัดสินใจแล้วว่าจะไม่นอนพื้นอีก ไม่รู้ว่าเธอมียอดเงินเท่าไหร่ แต่รู้สึกว่าการได้มันมาคงไม่ง่าย ถ้าเรื่องเงินมีปัญหา ค่าตอบแทนจากดันเจี้ยนนี้ ฉันไม่เอาก็ได้”
ลู่หลีนึกถึงท่าทางของลั่วเจียไป๋อีกครั้ง
