ปลายนิ้วของป๋อซือไถลไปตามด้านหนึ่งของปลอกคอจนถึงตำแหน่งตรงกลาง เกล็ดทุกชิ้นที่สัมผัสได้เปล่งประกายอีกครั้ง
เพิ่มความสามารถด้านการปกป้องขึ้นมาอีกหนึ่งครั้ง
น่าจะเพียงพอแล้วกระมัง
เพิ่มจำนวนมากเกินไป อาจถูกใช้อย่างพร่ำเพรื่อ กลายเป็นนิสัยเสียของลู่หลี
เมื่อฝ่ามือของเขาแนบคลุมลงบนลำคอของลู่หลี มองเห็นผิวขาวเนียนที่ราวกับงอนิ้วขึ้นมาก็สามารถกำได้ง่ายๆ เขากลับเหม่อลอยไปเล็กน้อยอย่างไม่ทันตั้งตัว ลืมยกมือออก
ชายหนุ่มในช่วงนิทราราวกับสัมผัสถึงตัวตนของป๋อซือ
ถึงกับเอียงแก้มถูไปตามนิ้วของเขาเอง
เพราะไม่ได้สวมถุงมือ
ดังนั้นสัมผัสในตอนแนบชิดจึงชัดเจนเกินไป
ป๋อซือพลันได้สติและชักมือกลับ
เขารีบนั่งกลับตำแหน่งเดิม แล้วแสร้งทำท่าพลิกเอกสารไปอีกสองหน้า ใช้มือขีดเขียนลวกๆ ในส่วนที่ไม่ต้องเซ็นชื่อเลยแม้แต่น้อย
เบื้องหลังยังคงมีลมหายใจนุ่มยาวของอีกฝ่าย
ป๋อซือแน่ใจว่าลู่หลีหลับตั้งแต่ต้นจนจบ เมื่อครู่ไม่ได้ตื่นเลย ทุกอย่างเป็นปฏิกิริยาจากจิตใต้สำนึก
ป๋อซือรู้สึกหงุดหงิดใจเล็กน้อย ปกติแล้วแค่สัมผัสหนึ่งครั้งก็เพิ่มความสามารถด้านการปกป้องได้หนึ่งครั้ง แต่เขาจำไม่ได้ว่าเมื่อครู่ใช้มือทาบอยู่บนปลอกคอนานเท่าไหร่
เหมือนจะเพิ่มจำนวนครั้งให้ลู่หลีอีกหลายครั้ง?
อาจจะถึงสิบกว่าครั้ง
-
[ห้องของมิเรลล่า]
มิเรลล่าเดินเข้ามาในห้อง เห็นได้แวบเดียวถึงกองสูงตระหง่านเหมือนภูเขาเล็กๆ บนโต๊ะ ข้างในเต็มไปด้วยของส่องสว่างมากมายหลากสี ทั้งแผ่นพลาสติกกลิตเตอร์ หินเรืองแสงใส ริบบิ้นสีสวย...
และมีอีกาตัวหนึ่งกำลังนั่งอยู่บนยอดภูเขาเล็กๆ นั่นด้วย
ปีกข้างหนึ่งจับขนนกห้าอัน อีกข้างหนึ่งกำลังคุ้ยเขี่ยขนนกสีดำทั้งห้าที่ดูคล้ายกันนี้ โดยพยายามเทียบดูว่าอันไหนสีสวยที่สุด
มิเรลล่ากลั้นยิ้มเอาไว้และกระแอมเบาๆ
เฟินหนีรีบเก็บขนนกทันที กระโดดโลดเต้นลงมาจากภูเขาเล็กๆ ที่กองรวมของส่องสว่าง แล้วเอียงคอนึกอะไรได้บางอย่าง
“ฟิ้ว!”
เสียงลมดังกังวานขึ้น
วินาทีต่อมา เฟินหนีแปลงร่างเป็นมนุษย์
ปีกสีดำยาวสะบัดพับซ้อนเก็บไว้ด้านหลัง ยาวลากลงไปถึงพื้น
