ผู้เล่นทั้งหมดออกไปจากชั้นนั้นแล้ว
กระต่ายนอนแผ่อยู่บนพื้น จ้องมองขาตัวเองอย่างใจจดใจจ่อ รอให้ความเจ็บปวดหายสนิท
มันต้องรีบปีนขึ้นไปเร็ว ๆ
ทันใดนั้นก็มีอะไรบางอย่างกดลงบนหัว
หูของมันถูกอุ้งเท้าข้างหนึ่งจับปัดเล่นอย่างสงสัยใคร่รู้
กระต่ายเอื้อมมือไปจับ ก็คว้าได้นกแก้วตัวหนึ่งลงมา
นกแก้วนอนอยู่ในอุ้งมือของมันเหมือนมะม่วงลูกหนึ่ง
“สวัสดี! พวกเขาไปไหนกันน่ะ?”
“ตามหาใครเหรอ?” กระต่ายนึกขึ้นได้ “พวกเขาขึ้นไปข้างบนแล้ว! เพิ่งไปเมื่อกี้!”
“ฉันจะไปด้วย!” นกแก้วกระพือปีก ดิ้นหลุดจากอุ้งมือ แล้วบินตามขึ้นไป “ตอนนี้อานอานไม่นอนแล้ว สุขภาพดีขึ้นมาก! ฉันจะขึ้นไปดูว่าเพื่อนบ้านของพวกเราปีนขึ้นไปถึงยอดหรือยัง!”
-
ลู่หลีกับลั่วเจียไป๋ปีนขึ้นไปถึงชั้นบนสุดเป็นคนสุดท้าย
พบว่าผู้เล่นอีกสองสามคนต่างยืนอยู่ที่เดิมด้วยสีหน้าบูดบึ้ง
“พวกสัตว์ข้างล่างบอกว่าแค่เงยหน้าก็เห็นแสง หรือว่าพวกมันเห็นแค่แสงตอนเจ้าพวกนี้สว่างขึ้นกันนะ?”
“นี่มันชั้นสุดท้ายไม่ใช่เหรอ? แล้วทำไมถึงมีแต่ของแบบนี้?” เซี่ยเล่อทนความเจ็บปวดจากขาข้างเดียวไม่ไหวแล้วจริง ๆ เขาแลกซื้อไอเทมปกป้องที่มีราคาซ้อนทับจนแพงลิ่ว มองดูคะแนนที่เหลือน้อยนิด แล้วบ่นว่า “รีบออกไปกันเถอะ”
ซุนไห่ก็จ้องหน้าจอร้านค้าของเขาเช่นกัน “ตอนนี้แกไม่มีคะแนนถึงห้าหมื่นแล้วรึ? ก็บอกให้ทนหน่อยไง! แค่ขาหักข้างเดียว ไม่ใช่แผลถึงตาย แกยังจะใช้ไอเทมปกป้องไปทำไม ต่อไปก็ต้องใช้คะแนนของฉันหมดน่ะสิ?”
เซี่ยเล่อเถียงกับเขา “ขอยืมหน่อยจะเป็นอะไรไป คะแนนของนายมีสักเท่าไหร่ที่เป็นของตัวเอง? ส่วนใหญ่ก็แย่งมาจากเหยียนเสวียนกับเจี่ยงฉางชิ่งไม่ใช่รึไง! แล้วนายไม่เห็นข้อความจากกำไลข้อมือเหรอ? แค่เราผ่านด่าน พอออกไปคะแนนก็คูณสาม! ตอนนี้ในไลฟ์สดของฉันคะแนนก็เยอะมากแล้ว พอคูณสามก็ต้องใช้คืนนายได้แน่”
ซุนไห่หัวเสีย ระบายอารมณ์ลบไปทั่ว “แกมองดันเจี้ยนบั๊กเป็นดันเจี้ยนธรรมดารึ? ฉันเพิ่งเข้าดันเจี้ยนบั๊กครั้งแรกเลยนะ จนป่านนี้ยังเก็บไอเทมสำคัญไม่ได้เลยสักชิ้น ถึงจะได้คะแนนสามเท่าตอนออกไปแล้วยังไง? เราออกไปไม่ได้เลยด้วยซ้ำ!”
ลู่หลียืนนิ่ง กวาดตามองรอบ ๆ
ที่นี่เต็มไปด้วยจอแสดงผลและกล้องวงจรปิดขนาดต่าง ๆ
